⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1394/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่ความฝ่ายหนึ่งปกปิดข้อเท็จจริงบางประการที่ตนทราบเกี่ยวกับมูลหนี้เดิม ไม่ถือเป็นการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 (1) หากคู่ความฝ่ายนั้นไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องแจ้งข้อเท็จจริงนั้นแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลด้วยความสมัครใจโดยมีทนายความ ทั้งสองฝ่ายลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความ เป็นการยอมรับข้อตกลงนั้น การที่โจทก์ปกปิดไม่แจ้งข้อเท็จจริงที่โจทก์ฟ้อง พ. ซึ่งเป็นมูลหนี้เดียวกันกับจำเลย เมื่อโจทก์ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องแจ้งข้อเท็จจริงนั้นแก่จำเลยจึงหาใช่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉ้อฉลดังที่ ป.วิ.พ. มาตรา 138 (1) บัญญัติไว้ไม่ ฎีกาที่กล่าวอ้างว่าเป็นการฉ้อฉลในมูลคดีเดิม ไม่ถือเป็นการฉ้อฉลตาม ป. วิ.พ. มาตรา 138 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๓๙ จำเลยกู้ยืมเงินไปจากโจทก์จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยกำหนดจะชำระคืนภายในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๐ เมื่อครบกำหนดจำเลย ไม่ชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ขอให้จำเลยชำระเงิน ๑,๑๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล โดยจำเลยยินยอมชำระเงินจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ภายในกำหนด ๒ ปี โดยจะชำระเดือนละไม่น้อยกว่า ๔๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม จำเลยอุทธรณ์ว่า สัญญาประนีประนอมยอมความทำขึ้นโดยจำเลยถูกโจทก์ฉ้อฉล ขอให้ยกคำพิพากษา ตามยอมของศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นจะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่าการทำสัญญาประนีประนอมยอมความตาม คำพิพากษาของศาลชั้นต้นเกิดจากการที่โจทก์ฉ้อฉลจำเลยหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินกู้ตามสัญญา จำเลยให้การปฏิเสธว่าลายพิมพ์นิ้วมือในช่องผู้กู้ตามสัญญากู้เป็นลายพิมพ์นิ้วมือปลอม และไม่มีพยานรับรอง ตามกฎหมาย แต่เมื่อถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ คู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความไปในวันดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลดังกล่าว โจทก์และจำเลยต่างตกลงทำสัญญากันด้วยความสมัครใจโดยมีทนายความทั้งสองฝ่ายลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการยอมรับข้อตกลงนั้น ไม่ปรากฏว่ามีข้อความหรือพฤติการณ์อันใดก่อให้เห็นได้ว่าโจทก์ฉ้อฉลจำเลย และที่จำเลยฎีกาว่าถูกโจทก์ฉ้อฉลโดยปกปิดข้อเท็จจริงที่โจทก์ฟ้องนางสาวพรเพ็ญ แซ่อึ้ง ซึ่งเป็นมูลหนี้เดียวกันกับจำเลย โดยโจทก์ไม่ได้บอกจำเลย และจำเลยไม่เห็นด้วยกับข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ที่ว่าการที่โจทก์ฟ้องนางสาวพรเพ็ญ แซ่อึ้ง ไม่ใช่หน้าที่ของโจทก์นั้น เห็นว่า โจทก์ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องแจ้ง การที่โจทก์ไม่แจ้งแก่จำเลยจึงหาใช่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉ้อฉลดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘ (๑) บัญญัติไว้ไม่ ทั้งฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาที่กล่าวอ้างว่าเป็นการฉ้อฉลในมูลคดีเดิม จึงไม่ถือเป็นฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘ (๑) คำพิพากษาของศาลชั้นต้นตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงมีผลผูกพันคู่ความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2543 นายสมคิด ชัยยะ โจทก์ นางสาวเล็ก แซ่อึ้งหรือแซ่อึ๊ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมคิด ชัยยะ · จำเลย - นางสาวเล็ก แซ่อึ้งหรือแซ่อึ๊ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · วิเทพ ศิริพากย์ · ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นางสาวมรกต วัฒนรุ่งเรืองยศ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายมนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1287/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3191/2547ฎีกา 946/2509ฎีกา 766/2543ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1333/2530ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1591/2495ฎีกา 712/2496ฎีกา 5393/2540ฎีกา 742/2490ฎีกา 8309/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1451/2521ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 1275/2482ฎีกา 3053/2527ฎีกา 506/2530ฎีกา 7339/2540ฎีกา 57/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา