⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2686/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2686/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่เกี่ยวพันกับข้อเท็จจริง ไม่สามารถยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ตามมาตรา 223 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาพร้อมคำฟ้องอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และอนุญาตให้ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา แต่อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงไม่ถูกต้อง ไม่ฟังข้อเท็จจริงตามที่ควรจะฟัง เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จำเลยจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ.มาตรา 223 ทวิที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยตรงจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและคดีต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยตรงโดยมิได้ส่งสำเนาคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์แก่โจทก์เพื่อให้โจทก์มีโอกาสคัดค้านก่อน เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ถูกต้อง ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง การที่ศาลฎีกาจะส่งสำนวนคืนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยตามมาตรา 223 ทวิ วรรคท้ายจึงไม่เป็นประโยชน์ ศาลฎีกาย่อมพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่รับอุทธรณ์ของจำเลยและที่อนุญาตให้จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา และให้ศาลชั้นต้นสั่งอุทธรณ์ของจำเลยใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน๙,๕๗๗.๕๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ในต้นเงินจำนวน ๘,๒๔๐ บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๐จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาพร้อมคำฟ้องอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และอนุญาตให้ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะมิได้ถือเอาข้อตกลงในสัญญาเรื่องการชำระหนี้เป็นข้อสำคัญในการเลิกสัญญาก็ตาม แต่ภายหลังจากที่จำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ ๕ เป็นต้นมา โจทก์ไปยึดรถจักรยานยนต์คันที่เช่าซื้อคืนมา จำเลยที่ ๑ ก็มิได้ใช้สิทธิเรียกร้องเพื่อให้โจทก์ส่งมอบรถจักรยานยนต์คืนและใช้สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อต่อไป แต่กลับเพิกเฉยจนกระทั่งโจทก์ขายรถจักรยานยนต์คันที่เช่าซื้อให้บุคคลภายนอกไป แสดงว่าโจทก์และจำเลยที่ ๑ต่างสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยาย ดังนั้นสัญญาเช่าซื้อจึงเป็นอันเลิกกัน จำเลยทั้งสามอุทธรณ์สรุปได้ความว่า พฤติการณ์ตามทางนำสืบของโจทก์และจำเลยทั้งสามประกอบเอกสารต่างๆ ทั้งที่โจทก์และจำเลยทั้งสามอ้างตามที่กล่าวไว้ในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามแล้ว แสดงว่าโจทก์และจำเลยที่ ๑ ยังคงปฏิบัติต่อกันเสมือนหนึ่งว่าสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.๓ ยังใช้บังคับอยู่และไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ สมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยาย สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จึงยังไม่เลิกกัน เห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามดังกล่าวเป็นการอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องไม่ฟังข้อเท็จจริงตามที่ควรจะฟัง จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จำเลยทั้งสามจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๓ ทวิ ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยตรงจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม นอกจากนี้ที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยตรงโดยมิได้ส่งสำเนาคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ดังกล่าวแก่โจทก์เพื่อให้โจทก์มีโอกาสคัดค้านก่อนก็เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ถูกต้อง ตามมาตรา ๒๒๓ ทวิ วรรคหนึ่ง ด้วย และเนื่องด้วยคดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาท ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามมาตรา ๒๒๔วรรคหนึ่ง การที่ศาลฎีกาจะส่งสำนวนคืนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ วินิจฉัยตามมาตรา๒๒๓ ทวิ วรรคท้าย จึงหาเป็นประโยชน์ไม่ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามและที่อนุญาตให้จำเลยทั้งสามยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา และให้ศาลชั้นต้นสั่งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2686/2543 ห้างหุ้นส่วนจำกัด สินทรัพย์ธนากร โจทก์ นายสมพงษ์ ตันสถิตย์คูณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด สินทรัพย์ธนากร · จำเลย - นายสมพงษ์ ตันสถิตย์คูณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · สุวัตร์ สุขเกษม · วิบูลย์ มีอาสา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายกีรติ เชียงปวน · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2575/2520ฎีกา 3618/2528ฎีกา 891/2538ฎีกา 2746/2544ฎีกา 7158/2538ฎีกา 576/2540ฎีกา 5762/2541ฎีกา 1411-1412/2509ฎีกา 1058/2545ฎีกา 2505/2524ฎีกา 2224/2534ฎีกา 4550/2540ฎีกา 4410/2528ฎีกา 1474/2500ฎีกา 2563/2543ฎีกา 10/2548ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2834/2527ฎีกา 9349/2539ฎีกา 6250/2545ฎีกา 6072/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา