⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2773/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2773/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจูงมือเด็กที่อยู่ในความดูแลของบิดามารดาไปในบริเวณวัดที่เด็กคุ้นเคย ยังไม่ถือว่าเป็นการพรากเด็กไปจากความปกครองดูแลของบิดามารดา.

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายเป็นเด็กมีอายุ 8 ปี 6 เดือน ได้ไปที่วัดที่จำเลยจำพรรษาอยู่ ขณะที่ผู้เสียหายกำลังจะกลับบ้าน จำเลยได้จูงมือผู้เสียหายและเด็กหญิง ก. ชวนไปรับประทานขนมที่กุฏิของจำเลยการที่จำเลยจูงมือผู้เสียหายซึ่งไปที่วัดช่วยพระทำงานอยู่ในบริเวณวัดไปที่กุฏิของจำเลยซึ่งอยู่ในวัดนั่นเอง ยังไม่ถือว่าเป็นการพรากผู้เสียหายไปจากความปกครองดูแลของบิดามารดา การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพรากเด็กตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคสาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.317

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 279, 317 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก, 317 วรรคสาม เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามจำคุก 6 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร จำคุก 6 ปี รวมจำคุก 12 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าตามวันเวลาเกิดเหตุผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กมีอายุ 8 ปี 6 เดือน ได้ไปที่วัดยางสุทธารามที่จำเลยจำพรรษาอยู่ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่าขณะที่ผู้เสียหายกำลังจะกลับบ้าน จำเลยได้จูงมือผู้เสียหายและเด็กหญิงกิ๊บชวนไปรับประทานขนมที่กุฏิของจำเลย เมื่อเข้าไปในกุฏิแล้วจำเลยใช้ให้เด็กหญิงกิ๊บออกไปซื้อโอเลี้ยงและบุหรี่พอเด็กหญิงกิ๊บออกไปจำเลยก็ปิดประตูใส่กลอน จับผู้เสียหายไปที่กลางห้องให้นอนลงบนตัก จูบที่ปากและจมูก แล้วยังจับผู้เสียหายให้ยืนขึ้นพร้อมกับถอดกางเกงผู้เสียหายออกถึงหัวเข่า แต่ผู้เสียหายปัดป้องดึงกางเกงสวมขึ้นเหมือนเดิม วิ่งไปถอดกลอนประตู แล้ววิ่งหนีออกนอกห้องไปบอกนายธำรงค์ สอดคล้องกับคำเบิกความของเด็กหญิงกิ๊บซึ่งเบิกความยืนยันว่า จำเลยได้จับมือผู้เสียหายและเด็กหญิงกิ๊บเข้าไปในกุฏิ ต่อมาจำเลยได้ใช้ให้เด็กหญิงกิ๊บไปซื้อโอเลี้ยงเมื่อเด็กหญิงกิ๊บออกไปซื้อกลับมาก็พบผู้เสียหายร้องไห้ กำลังเดินออกมาจากกุฏิของจำเลย เด็กหญิงกิ๊บถามว่าเป็นอะไร ผู้เสียหายตอบว่าพระจะข่มขืน ทั้งผู้เสียหายและเด็กหญิงกิ๊บต่างเป็นเด็กไปวัดช่วยพระทำงานไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยแต่อย่างใด ไม่น่าระแวงว่าจะแสร้งเบิกความปรักปรำจำเลย แม้คำเบิกความของพยานทั้งสองอาจจะแตกต่างกันบ้างแต่ก็เป็นพลความเท่านั้น นายธำรงค์พยานโจทก์อีกปากหนึ่งก็เบิกความสนับสนุนว่าเมื่อผู้เสียหายออกมาจากกุฏิของจำเลยนั้น ผู้เสียหายร้องไห้ เมื่อนายธำรงค์สอบถามผู้เสียหายก็ว่าหลวงตา (หมายถึงจำเลย) จะข่มขืน ทั้งยังได้ความจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกสมภูมิซึ่งได้รับแจ้งเหตุและเป็นผู้จับกุมจำเลยว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุนั้นจำเลยนุ่งสบงเพียงตัวเดียวมีอาการเมาสุรา พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมารับฟังได้โดยปราศจากความสงสัยว่า จำเลยได้กระทำผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก พยานหลักฐานของจำเลยไม่อาจรับฟังหักล้างได้ แต่การที่จำเลยจูงมือผู้เสียหายซึ่งไปที่วัดช่วยพระทำงานอยู่ในบริเวณวัดไปที่กุฏิของจำเลยซึ่งอยู่ในวัดนั่นเอง ยังไม่ถือว่าเป็นการพรากผู้เสียหายไปจากความปกครองดูแลของบิดามารดา การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพรากเด็กตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน แต่ที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก จำคุกจำเลย 6 ปี นั้น เห็นว่า หนักเกินไป สมควรกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279 วรรคแรก จำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2773/2543 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย สมศักดิ์ บัวพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นาย สมศักดิ์ บัวพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ดลจรัส รัตนโศภิต · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5079/2537ฎีกา 1400/2538ฎีกา 222/2554ฎีกา 156/2565ฎีกา 4529/2545ฎีกา 1774/2536ฎีกา 6207/2541ฎีกา 5557/2555ฎีกา 1880/2546ฎีกา 2557/2531ฎีกา 2879/2540ฎีกา 34/2521ฎีกา 1817/2552ฎีกา 1839/2538ฎีกา 2191/2522ฎีกา 3218/2549ฎีกา 2849-2850/2550ฎีกา 2591/2540ฎีกา 7855/2549ฎีกา 4948/2555ฎีกา 3382/2542ฎีกา 261/2534ฎีกา 582/2527ฎีกา 6065/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ