คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2846/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้วว่าจำเลยรับโจทก์เข้าทำงานตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว แต่โจทก์ไม่ได้ทำงานกับจำเลยอีกต่อไปเพราะลาออกไป การขอให้ศาลแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อให้ได้ความว่าจำเลยรับโจทก์เข้าทำงานจึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยต่อไป
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นว่าจำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานสโตร์อะไหล่ตามที่โจทก์จำเลยตกลงกันในห้องพิจารณา ศาลแรงงานมีคำสั่งยกคำร้อง ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติว่าจำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานสโตร์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว แต่ภายหลังจากที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้แก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลแรงงาน โจทก์ก็ไม่ได้ทำงานกับจำเลยเพราะโจทก์ลาออกไปแล้ว เท่ากับว่าโจทก์มิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยอีกต่อไป ปัญหาเรื่องการแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความตามคำร้องของโจทก์เพื่อให้ได้ความว่าจำเลยรับโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างไม่ว่าในตำแหน่งใดย่อมไม่เป็นประโยชน์ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยต่อไป อุทธรณ์ของโจทก์ที่ขอให้แก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ.มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอภิพล จงคำนึงสุข · จำเลย - บริษัทเอ็ม.เค.ยนตรการ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · สละ เทศรำพรรณ · หัสดี ไกรทองสุก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นางสาวสุนันท์ ชัยชูสอน · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา