คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3043/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแก้ไขคำให้การในคดีแรงงานให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 180 โดยอนุโลม แต่หากเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาตามที่กฎหมายจัดตั้งศาลแรงงานฯ กำหนดไว้แล้ว เช่น การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและวันสืบพยานตามมาตรา 39 ก็ไม่จำเป็นต้องนำบทบัญญัติเรื่องการชี้สองสถานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 183 มาใช้บังคับ
ย่อคำพิพากษา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522มิได้บัญญัติถึงวิธีการหรือหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขคำให้การไว้ จึงต้องนำ ป.วิ.พ.มาตรา 180 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ทนายจำเลยมาศาลในวันนัดพิจารณาและให้การด้วยวาจาศาลแรงงานตรวจคำฟ้องและคำให้การแล้วกำหนดประเด็นข้อพิพาท และมีคำสั่งให้นัดสืบพยานจำเลย การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนดวันสืบพยานดังกล่าวเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไปตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่จำต้องนำเรื่องการชี้สองสถานตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ.มาตรา 183 มาใช้บังคับถือได้ว่าคดีแรงงานไม่มีการชี้สองสถาน จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การก่อนวันนัดสืบพยานจำเลยไม่น้อยกว่า 7 วัน จำเลยจึงมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ๔๒ นายกิตติศักดิ์ แต้มทอง · จำเลย - ๓ นายพิเชษฐ์ อัศวสัมฤทธิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · นายสละ เทศรำพรรณ · หัสดี ไกรทองสุก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา