⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3043-3044/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3043-3044/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแก้ไขคำให้การในคดีแรงงานให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและวันสืบพยานตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานฯ ถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่เฉพาะเจาะจงแล้ว จึงไม่ต้องมีการชี้สองสถาน และจำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การได้หากยื่นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มิได้บัญญัติถึงวิธีการหรือหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขคำให้การไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทนายจำเลยมาศาลในวันนัดพิจารณาและให้การด้วยวาจาศาลแรงงานตรวจคำฟ้องและคำให้การแล้วกำหนดประเด็นข้อพิพาท และมีคำสั่งให้ นัดสืบพยานจำเลย การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนดวันสืบพยาน ดังกล่าว เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่จำต้องนำเรื่องการชี้สองสถานตามที่ บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 มาใช้บังคับ ถือได้ว่าคดีแรงงานไม่มีการชี้สองสถาน จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การ ก่อนวันนัดสืบพยานจำเลยไม่น้อยกว่า 7 วัน จำเลยจึงมีสิทธิที่จะยื่น คำร้องขอแก้ไขคำให้การได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาโดยเรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนเป็นโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเป็นทำนองเดียวกันว่าจำเลยจ้างโจทก์ทั้งสองเป็นลุกจ้าง จำเลยค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์ทั้งสอง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างจำนวน 281,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 และจ่ายค่าจ้างจำนวน 19,080 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมด้วยดอกเบี้ยตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองสำนวนให้การด้วยวาจาว่า โจทก์ที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยจริง แต่จำเลยไม่ได้ติดค้างค่าจ้างโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลย ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ทั้งสองสำนวนยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2542 โจทก์ทั้งสองรับสำเนาคำร้องแถลงคัดค้านศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การภายหลังจากศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้วได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มิได้บัญญัติถึงวิธีการหรือหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขคำให้การไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 มาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ซึ่งมาตรา 180 บัญญัติว่า "การแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การที่คู่ความเสนอต่อศาลไว้แล้วให้ทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน" คดีนี้ได้ความว่า ทนายจำเลยมาศาลในวันนัดพิจารณาและให้การด้วยวาจา ศาลแรงงานกลางตรวจคำฟ้องและคำให้การแล้วได้กำหนดประเด็นข้อพิพาท และมีคำสั่งให้นัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 26 กรกฎาคม 2542 การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนดวันสืบพยานดังกล่าวของศาลแรงงานกลางเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วจึงไม่จำต้องนำเรื่องการชี้สองสถานตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 มาใช้บังคับถือได้ว่าคดีแรงงานไม่มีการชี้สองสถาน เมื่อคดีนี้ไม่มีการชี้สองสถาน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องแก้ไขคำให้การฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2542 ซึ่งยื่นก่อนวันนัดสืบพยานจำเลยไม่น้อยกว่า 7 วัน จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การได้ พิพากษากลับ อนุญาตให้จำเลยที่ 1 แก้ไขคำให้การตามคำร้องฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2542 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3043 - 3044/2543 นาย กิตติศักดิ์ แต้มทอง โจทก์ นาย พิเชษฐ์ อัศวสัมฤทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย กิตติศักดิ์ แต้มทอง · จำเลย - นาย พิเชษฐ์ อัศวสัมฤทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · สละ เทศรำพรรณ · หัสดี ไกรทองสุก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 988/2485ฎีกา 4715/2542ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา