⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3637/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3637/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฎีกาที่โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ต้องแสดงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้นไม่ชอบด้วยเหตุผลอย่างไร ไม่ใช่เพียงการโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ย่อคำพิพากษา

ฎีกาของจำเลยส่วนเนื้อหาที่เป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาล ล้วนเป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น โดยได้คัดลอกข้อความ มาจากคำอุทธรณ์ทั้งหมดแม้คำขอท้ายฎีกาจะเป็นการขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งพอจะถือได้ว่าเป็นการขอให้ ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แต่เนื้อความในฎีกาของจำเลยดังกล่าวก็เป็นการโต้แย้งคัดค้านเฉพาะคำพิพากษาของ ศาลชั้นต้น มิได้โต้แย้งคัดค้านว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่ชอบอย่างไร โดยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เพราะเหตุใด เนื่องจาก เหตุผลในคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นต่างกับเหตุผลในคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73, 74 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง, 73(2) วรรคสองจำคุก 2 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือนของกลางให้ริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของจำเลยกล่าวถึงคำฟ้องโจทก์ คำให้การจำเลยคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วย่อหน้าใหม่ว่า "ด้วยความเคารพต่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 อย่างสูงยิ่ง จำเลยยังไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงขอฎีกาต่อศาลฎีกาดังต่อไปนี้" และลงท้ายว่า "จากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่จำเลยกราบเรียนศาลฎีกามาแล้วข้างต้น ขอศาลฎีกาได้โปรดพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและพิพากษายกฟ้องโจทก์" ส่วนเนื้อหาที่เป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลนั้นล้วนเป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นทั้งสิ้น โดยคำฎีกาในส่วนนี้คัดลอกข้อความมาจากคำอุทธรณ์ทั้งหมด แม้คำขอท้ายฎีกาจะเป็นการขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งพอจะถือได้ว่าเป็นการขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 แต่เนื้อความในฎีกาของจำเลยดังกล่าวก็เป็นการโต้แย้งคัดค้านเฉพาะคำพิพากษาของศาลชั้นต้นมิได้โต้แย้งคัดค้านว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาไม่ชอบอย่างไรโดยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพราะเหตุใดเนื่องจากเหตุผลในคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นต่างกับเหตุผลในคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3637/2543 พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ นาง ประคอง นาคนาคา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ · จำเลย - นาง ประคอง นาคนาคา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย วิสิทธวงศ์ · พิชัย เตโชพิทยากูล · วินัย ตุลยภักดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2152/2527ฎีกา 2546/2527ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 1238/2498ฎีกา 568/2528ฎีกา 2678/2522ฎีกา 5259/2546ฎีกา 1291/2482ฎีกา 54/2536ฎีกา 660/2491ฎีกา 1228/2510ฎีกา 1262/2504ฎีกา 501/2494ฎีกา 127/2533ฎีกา 659/2541ฎีกา 7008/2541ฎีกา 1936/2497ฎีกา 13/2531ฎีกา 4463/2539ฎีกา 305/2480ฎีกา 8125/2541ฎีกา 7259/2544ฎีกา 453/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ