⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 42/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หลักกฎหมาย: สัญญาซื้อขายที่ทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอื่น หรือเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นโมฆะ ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานในการอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สินได้

ย่อคำพิพากษา

ขณะเกิดเหตุรถบรรทุกของกลางยังมีจำเลยเป็นเจ้าของ ผู้ร้องอ้างว่าซื้อรถบรรทุกคันดังกล่าวมาจากจำเลยเพื่อถมปรับสภาพพื้นดินในการทำบ้านจัดสรรในระยะเวลาประมาณ 10 วันเท่านั้น หลังจากนั้นได้นำไปให้จำเลยเช่า ไม่น่าเชื่อว่าผู้ร้องจะยอมลงทุนถึง 500,000 บาท มาซื้อรถบรรทุกจากจำเลยเพียงเพื่อใช้ในกิจการดังกล่าว เป็นเรื่องผิดปกติวิสัยอย่างยิ่ง แม้ผู้ร้องจะมีสัญญาเช่าสัญญาซื้อขายและเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการโอนและการรับโอนมาเป็นพยานเอกสารอ้างอิงก็ตาม แต่เอกสารดังกล่าวผู้ร้องและจำเลยสามารถจัดทำขึ้นมาได้ อีกทั้งผู้ร้องอ้างว่าที่ยังไม่มีการโอนทะเบียนรถเพราะไม่พบจำเลยจึงไม่อาจนำรถบรรทุกของกลางไปตรวจสภาพได้นั้น แต่เมื่อจำเลยยืนยันว่า ภายหลังที่จำเลยขายรถบรรทุกของกลางให้แก่ผู้ร้องแล้วจำเลยก็ยังคงรับจ้างขับรถบรรทุกคันดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องมิได้ไปอยู่ที่อื่นข้ออ้างของผู้ร้องในเรื่องนี้จึงเป็นพิรุธอย่างยิ่ง ประกอบกับระหว่างทำการสอบสวนไม่มีผู้ใดมาขอคืนรถบรรทุกของกลาง และผลการสอบสวนก็ได้ความว่ารถบรรทุกคันดังกล่าวเป็นของจำเลยซึ่งจำเลยไม่เคยโต้แย้งในเรื่องนี้แต่อย่างใด ดังนี้ พยานหลักฐานของผู้ร้องจึงไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังว่ารถบรรทุกของกลางเป็นของผู้ร้อง การที่ผู้ร้องมาร้องขอคืนของกลางจึงเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73, 75 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33และริบรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-9521 ลพบุรี ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-9521ลพบุรี และไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ขอให้สั่งคืนรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-9521 ลพบุรี ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของรถบรรทุกของกลาง และรู้เห็นเป็นใจกับจำเลยในการกระทำความผิดและยอมให้จำเลยนำรถไปใช้ในการกระทำความผิดขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยขับรถบรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-9521 ลพบุรี ซึ่งมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 339 (ถนนสายหนองม่วง-ศรีเทพ) เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยมาดำเนินคดี ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและมีคำสั่งให้ริบรถบรรทุกของกลาง มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถบรรทุกของกลางจริงหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวผู้ร้องนำสืบว่า ผู้ร้องซื้อรถบรรทุกของกลางจากจำเลยในราคา 500,000 บาท โดยชำระราคาเรียบร้อยแล้ว ตามหนังสือสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย ร.1 ต่อมาจำเลยมาขอเช่ารถบรรทุกคันดังกล่าวจากผู้ร้องกำหนดค่าเช่าเดือนละ 20,000 บาท ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย ร.7 เห็นว่า ขณะเกิดเหตุนั้นรถบรรทุกของกลางยังมีจำเลยเป็นเจ้าของในรายการจดทะเบียนตามเอกสารหมาย ร.6 ผู้ร้องอ้างว่าซื้อรถบรรทุกคันดังกล่าวมาจากจำเลยในวันที่ 24 ตุลาคม 2540 แต่ได้นำไปให้จำเลยเช่าในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2540 จะเห็นได้ว่าเป็นการนำรถไปให้เช่าหลังจากซื้อมาจากจำเลยเพียง 11 วัน โดยเฉพาะได้ความจากผู้ร้องว่า ผู้ร้องต้องการใช้รถบรรทุกดินเพื่อปรับสภาพพื้นดินในการทำบ้านจัดสรรในระยะเวลาประมาณ 10 วัน เท่านั้น จึงไม่น่าเชื่อว่าผู้ร้องจะยอมลงทุนถึง 500,000บาท มาซื้อรถบรรทุกของกลางจากจำเลยเพียงเพื่อใช้ในกิจการดังกล่าว ซึ่งดูเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยอย่างยิ่ง แม้ผู้ร้องจะมีสัญญาเช่าซื้อขายและเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการโอนและการรับโอนมาเป็นพยานเอกสารอ้างอิงก็ตาม ก็เห็นว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้ร้องและจำเลยสามารถจัดทำขึ้นมาได้ อีกทั้งผู้ร้องอ้างว่าที่ยังไม่มีการโอนจดทะเบียนรถเพราะไม่พบจำเลยจึงไม่สามารถนำรถบรรทุกของกลางไปตรวจสภาพได้นั้น แต่จากคำแถลงการณ์ปิดคดีของจำเลยเองกลับยืนยันว่า ภายหลังที่จำเลยขายรถบรรทุกของกลางให้แก่ผู้ร้องแล้วจำเลยก็ยังคงรับจ้างขับรถบรรทุกคันดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง มิได้ไปอยู่ที่อื่น ข้ออ้างของผู้ร้องในเรื่องนี้จึงขัดแย้งกับคำแถลงการณ์ของจำเลยและเป็นพิรุธอย่างยิ่ง ประกอบกับได้ความจากพันตำรวจตรีไพโรจน์ กรรณาวิก พนักงานสอบสวนว่า ในระหว่างทำการสอบสวนไม่มีผู้ใดมาขอคืนรถบรรทุกของกลางและผลการสอบสวนก็ได้ความว่ารถบรรทุกคันดังกล่าวเป็นของจำเลยและจำเลยไม่เคยโต้แย้งในเรื่องนี้แต่อย่างใด ดังนี้ พยานหลักฐานของผู้ร้องจึงไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังว่ารถบรรทุกของกลางเป็นของผู้ร้อง การที่ผู้ร้องมาร้องขอคืนของกลางก็เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2543 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลพบุรี โจทก์ นาย อาวุธ ถมพิรา ผู้ร้อง นาย สมบัติ สุขเพราะนา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลพบุรี · ผู้ร้อง - นาย อาวุธ ถมพิรา · จำเลย - นาย สมบัติ สุขเพราะนา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเมธ ตังคจิวางกูร · ปราโมทย์ ชพานนท์ · ชวลิต ยอดเณร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 4942/2554ฎีกา 7217/2544ฎีกา 2064/2520ฎีกา 5414/2536ฎีกา 675/2551ฎีกา 2176/2543ฎีกา 9323/2554ฎีกา 1826/2547ฎีกา 3948/2566ฎีกา 721/2520ฎีกา 7664/2543ฎีกา 171/2547ฎีกา 3992/2539ฎีกา 7014/2553ฎีกา 1069/2547ฎีกา 1502/2518ฎีกา 3860/2540ฎีกา 668/2502ฎีกา 2079/2554ฎีกา 1524/2500ฎีกา 51/2502ฎีกา 5355/2548ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ