⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4421/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4421/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไปค้าขายต่างจังหวัด ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามกฎหมายที่ทำให้จำเลยไม่ทราบหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง จึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้หากไม่ยื่นคำร้องภายในกำหนด

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยซึ่งขาดนัดพิจารณา อ้างว่าไม่ทราบหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องหมายนัดพิจารณาตลอดจน คำบังคับซึ่งส่งไปยังภูมิลำเนาของจำเลย เพราะเหตุไปค้าขายที่ต่างจังหวัดนั้น มิใช่พฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 207 เมื่อจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาให้แก่จำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและสัญญากู้เงิน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 4,675,497.97 บาท พร้อมดอกเบี้ย และค่าฤชาธรรมเนียม จำเลยไม่ชำระเงินตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดี จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง เพราะจำเลยเดินทางไปต่างจังหวัด จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา หากจำเลยได้ต่อสู้คดีแล้วจำเลยต้องชนะคดีโจทก์ เนื่องจากจำเลยได้ชำระเงินให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้ เนื่องจากจำเลยกลับมาบ้านพบคำบังคับอยู่ที่หน้าบ้าน ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่เมื่อพ้นกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่าจำเลยต้องไปค้าขายต่างจังหวัดตลอดเวลานาน ๆ จะกลับบ้าน จึงไม่ทราบว่าถูกฟ้อง เมื่อไม่ทราบว่าถูกฟ้องจะถือว่าจำเลยทราบคำฟ้องไม่ได้ การที่จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่เมื่อพ้นกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาให้แก่จำเลย จำเลยจึงถือว่าเป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ เห็นว่า ตามที่จำเลยบรรยายมานั้นเป็นอันชัดแจ้งว่าจำเลยยังคงมีภูมิลำเนาตามคำฟ้องไม่เปลี่ยนแปลง โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2541 หลังจากเสนอคำฟ้องแล้วได้ดำเนินคดีต่อมาด้วยการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง หมายนัดพิจารณา ตลอดจนคำบังคับไปยังภูมิลำเนาของจำเลย ซึ่งต้องถือว่าจำเลยได้รับทราบข้อความตามเอกสารดังกล่าวแล้ว การที่จำเลยอ้างว่าไม่ทราบเพราะไปค้าขายต่างจังหวัด จึงมิใช่พฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4421/2543 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายโกศล นิธิเศรษฐทรัพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายโกศล นิธิเศรษฐทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ทองหล่อ โฉมงาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายโสภณ พรหมสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายเกียรติศักดิ์ เกียรติดำรง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 8888/2542ฎีกา 324/2503ฎีกา 1546/2514ฎีกา 5104/2533ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1435/2517ฎีกา 1592/2521ฎีกา 2971/2522ฎีกา 3426/2534ฎีกา 3178/2533ฎีกา 3526/2538ฎีกา 868/2541ฎีกา 961/2532ฎีกา 860/2534ฎีกา 1554/2524ฎีกา 2720/2534ฎีกา 2974/2532ฎีกา 1128/2519ฎีกา 2578/2531ฎีกา 8407/2540ฎีกา 5006/2536ฎีกา 865-875/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา