⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4677/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4677/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ขอให้บังคับแก้ไขชื่อผู้ถือสิทธิในเอกสารสิทธิที่ดินให้แก่ตนเองกึ่งหนึ่ง ย่อมมีความหมายว่าเป็นการขอให้แบ่งที่ดินดังกล่าวให้แก่ตนเองกึ่งหนึ่งด้วย ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาให้ส่งมอบการครอบครองที่ดินแก่โจทก์กึ่งหนึ่งได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ

ย่อคำพิพากษา

ตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 2 โจทก์ทั้งเจ็ดขอให้บังคับจำเลยแก้ไขชื่อผู้ถือสิทธิตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. 1) เลขที่ 150 และ 151 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่ง คำขอท้ายฟ้องเช่นนั้นมีความหมายว่า ขอให้จำเลยแบ่งที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งนั่นเอง ศาลจึงมีอำนาจพิพากษา ให้จำเลยส่งมอบการครอบครองที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกดำเนินการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๑๙, ๒๑, ๔๒๖ ให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดถือสิทธิครอบครองร่วมกึ่งหนึ่งของ ที่ดินทั้งสามแปลง และดำเนินการจดทะเบียนแก้ใขชื่อผู้มีสิทธิเดิมตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เลขที่ ๑๕๐ และ ๑๕๑ ให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งของที่ดินทั้งสองแปลง หากจำเลยไม่ดำเนินการให้จำเลยถอนตัวจากการเป็นผู้จัดการมรดก จำเลยให้กาว่า ที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกทุกแปลงเป็นทรัพย์ที่จำเลยทำมาหาได้ร่วมกับเจ้ามรดก ภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกแล้ว จำเลยมีหน้าที่จัดการทรัพย์มรดกในส่วนของจำเลยกึ่งหนึ่งโดยไม่มีหน้าที่ที่จะไปจัดการทรัพย์มรดกที่ไม่ใช่ส่วนของจำเลย จำเลยครอบครองที่ดินทั้งห้าแปลง ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลากว่า ๑๓ ปีแล้ว โดยโจทก์ทั้งเจ็ดไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง บิดามารดาของโจทก์ทั้งเจ็ดไม่ใช้สิทธิเรียกร้อง ทรัพย์มรดกภายใน ๑ ปี โจทก์ทั้งเจ็ดไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายกลึง ทิมบึงพร้าว ส่งมอบการครอบครองและดำเนินการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๑๙, ๒๑, ๔๒๖ ให้แก่ โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งของทุกแปลง หากจำเลยไม่ดำเนินการจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และให้จำเลยส่งมอบการครอบครองที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เลขที่ ๑๕๐ และ ๑๕๑ ให้โจทก์ทั้งเจ็ด กึ่งหนึ่ง คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำขอท้ายฟ้องข้อ ๒ โจทก์ทั้งเจ็ดขอให้บังคับจำเลยแก้ไขชื่อผู้ถือสิทธิตามแบบแจ้ง การครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) เลขที่ ๑๕๐ และ ๑๕๑ ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่ง คำขอท้ายฟ้องเช่นนั้นมีความหมายว่า ขอให้จำเลยแบ่งที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งนั่นเอง ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาให้จำเลยส่งมอบการครอบครองที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งเจ็ดกึ่งหนึ่งได้ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4677/2543 นายไฉน ทิมบึงพร้าว กับพวก โจทก์ นางลับ นิ่มสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไฉน ทิมบึงพร้าว กับพวก · จำเลย - นางลับ นิ่มสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองหล่อ โฉมงาม · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายวรพจน์ อินทวดี · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสู่บุญ วุฒิวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา