⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5534/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5534/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับสารภาพในชั้นจับกุมที่เกิดจากการต่อรองหรือการตัดสินใจของผู้ต้องหาโดยสมัครใจ แม้จะอ้างว่าถูกบุคคลอื่นหลอกลวง ก็ไม่ทำให้คำรับสารภาพนั้นเสียไป หากมิได้เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงาน

ย่อคำพิพากษา

พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบรับฟังได้ความชัดว่า ว. ได้พบเห็นจำเลยอยู่ในร้านค้าของ ว. โดย ส. ลูกจ้างของ ว. อยู่นอกร้านค้า และจำเลยเดินหนีออกจากร้านค้าโดยในมือถือสิ่งของไปด้วย ต่อมาหลังจาก ว. คาดคั้นและทราบจาก ส. ว่าถูกจำเลยข่มขู่และเอาทรัพย์สินไปแล้ว ว. ไปสถานีตำรวจพร้อมจำเลย จำเลยรับสารภาพและลงลายมือชื่อในบันทึกชั้นจับกุมว่าเอาทรัพย์สินของ ว. ไปจริง แม้ข้อนี้จำเลยจะนำสืบว่า เหตุที่รับสารภาพในชั้นจับกุมเนื่องจากถูก ว. หลอกว่าจะไม่เอาเรื่อง หากเป็นจริงก็ไม่ได้ทำให้คำรับสารภาพในชั้นจับกุมเสียไปเพราะมิได้เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงาน แต่เกิดจากการต่อรองและการตัดสินใจของจำเลยโดยสมัครใจ ย่อมรับฟังยันจำเลยได้ พยานหลักฐานโจทก์รับฟังลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ข่มขืนใจนางสาวสมถวิลให้ยอมให้จำเลยได้รับประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะแจ้งเจ้าพนักงานตำรวจให้จับกุมนางสาวสมถวิลที่ติดยาเสพติดเมทแอมเฟตามีน อันเป็นการทำอันตรายต่อเสรีภาพและชื่อเสียงของนางสาวสมถวิล จนนางสาวสมถวิลยอมให้จำเลยเอาทรัพย์สินของนายวิฑูร ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนางสาวสมถวิลไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา ๓๓๗ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่นายวิฑูร จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๓๗ วรรคแรก จำคุก ๒ ปี คำรับของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่กรรโชกไปเป็นเงิน ๗๒๖ บาท แก่นายวิฑูร จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบรับฟังได้ความชัดว่านายวิฑูรได้พบเห็นจำเลยอยู่ในร้านค้าของนายวิฑูร โดยนางสาวสมถวิลลูกจ้างของนายวิฑูรอยู่นอกร้านค้า และจำเลยเดินหนีออกจากร้านค้าไปโดยในมือถือสิ่งของไปด้วยจริง ต่อมาหลังจากนายวิฑูรคาดคั้นและทราบจากนางสาวสมถวิลว่าถูกจำเลยข่มขู่และเอาทรัพย์สินไปแล้ว นายวิฑูรได้ไปสถานีตำรวจพร้อมจำเลยและจำเลยก็ได้รับสารภาพและลงลายมือชื่อในบันทึกชั้นจับกุมว่าได้เอาทรัพย์สินของนายวิฑูรไปจริง แม้ข้อนี้จำเลยจะนำสืบอ้างว่าเหตุที่รับสารภาพในชั้นจับกุมก็ด้วยเหตุถูกนายวิฑูรหลอกว่าจะไม่เอาเรื่องก็ตาม เหตุดังกล่าวหากเป็นจริงก็ไม่ได้ทำให้คำรับสารภาพในชั้นจับกุมเสียไปเพราะมิได้เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงาน แต่เกิดจากการต่อรองและการชั่งน้ำหนักตัดสินใจของจำเลยเองโดยสมัครใจย่อมรับฟังยันจำเลยได้ พยานหลักฐานโจทก์เท่าที่รับฟังได้ความดังกล่าวนี้พอเพียงที่จะลงโทษจำเลยได้แล้วโดยปราศจากข้อสงสัย พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี คำรับของจำเลยชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5534/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวนิตยา บุญชมชื่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางสาวนิตยา บุญชมชื่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย วิมลเศรษฐ · สุรพล เจียมจูไร · ประชา ประสงค์จรรยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวุฒิชัย ไวยภาษ · ศาลอุทธรณ์ - นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา