คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5877/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้พิพากษาศาลชั้นต้นไม่รับรองให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาภาคเพื่อมีคำสั่งยืนหรือกลับคำสั่งศาลชั้นต้นได้ภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์
ย่อคำพิพากษา
คดีต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ.มาตรา224 วรรคหนึ่ง ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ โดยอธิบดีผู้พิพากษาภาคผู้มีอำนาจมิได้เป็นคณะในคำสั่งนั้น หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต่อไป จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลถึงอธิบดีผู้พิพากษานั้น ภายใน 7 วัน เพื่อให้มีคำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของศาลชั้นต้นตามมาตรา 230 วรรคสาม แต่จำเลยหาได้กระทำไม่ กลับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์แล้วโดยอ้างเหตุว่าจะได้มีเวลาขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นอีกคนหนึ่งรับรองให้อุทธรณ์ จึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัยและไม่มีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางล้วนเอก กังสนันท์หรือกังสนนท์ · จำเลย - นายคล่อง เสนแก้ว กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · พีรพล จันทร์สว่าง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปากพนัง - นายเจษฎา ยวงทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ - นายธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา