⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 625/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพียงส่งอาวุธให้ผู้กระทำความผิดก่อนลงมือกระทำความผิด ถือเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิด หากผู้สนับสนุนไม่มีเจตนาจะร่วมกระทำความผิดด้วย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เป็นคนส่งมีดพร้าให้จำเลยที่ 1 ฟันทำร้ายพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งหลังจากจำเลยที่ 2 ส่งมีดพร้าให้จำเลยที่ 1 แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรอีกเลยแม้ว่าตอนที่จำเลยที่ 1 วิ่งตามผู้เสียหายที่ 2 ไปนั้นจำเลยที่ 2 ได้วิ่งตามไปด้วยก็ดี หรือขณะที่ผู้เสียหายที่ 1 จะเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายที่ 2 จำเลยที่ 2 ก็ได้พูดห้ามปรามว่า อย่ารุมก็ดี ยังไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ตั้งใจจะร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 เนื่องจากขณะที่ผู้เสียหายที่ 1 ใช้ไม้ตีมือจำเลยที่ 1 จนอาวุธปืนสั้นหลุดจากมือ จำเลยที่ 2 ก็มิได้ใช้มีดพร้าฟันผู้เสียหายที่ 1 หรือผู้เสียหายที่ 2 เสียเอง อันพอจะเป็นการแสดงให้เห็นได้ว่าตั้งใจจะเข้าช่วยเหลือในลักษณะเข้ารุมทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 ตามสภาพอาวุธของตนที่มีอยู่ ฉะนั้นการที่จำเลยที่ 2 เพียงแต่ส่งมีดพร้าให้จำเลยที่ 1 โดยมิได้เข้าร่วมใช้มีดพร้าฟันทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 เสียเอง จึงถือไม่ได้ว่ามีเจตนา เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิดดังกล่าว แต่มีลักษณะเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 2 ในการกระทำผิดก่อนกระทำความผิด อีกทั้งการที่จำเลยที่ 1 ทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 ในตอนแรก จำเลยที่ 2 ยังมิได้ดำเนินการอะไรให้เห็นว่ามีเจตนาที่จะร่วมทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 ส่วนการที่จำเลยที่ 1 ถืออาวุธปืนสั้นมายังที่ เกิดเหตุโดยจำเลยที่ 2 ถือมีดพร้ามาด้วยนั้น พฤติการณ์พอถือได้ว่าต่างคนต่างเจตนาจะครอบครองอาวุธของตนเอง โดยลำพัง เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาจะร่วมกันกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงมิได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีและ พาอาวุธปืนดังกล่าวทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 และพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 1 การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นเพียงผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๙๗, ๒๙๕, ๓๗๑, ๙๑, ๓๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ, และ ริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ วรรคสาม, ๗๒ ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐, ๘๓ ๓๗๑ เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำคุกคนละ ๘ เดือน ฐานพาอาวุธปืนลงโทษพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุกคนละ ๖ เดือน ฐานทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ จำคุกคนละ ๔ เดือน ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุกคนละ ๑๒ ปี รวมจำคุกคนละ ๑๓ ปี ๖ เดือน ริบของกลาง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐, ๘๖ และ ๓๗๑ ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดพยายามฆ่าผู้อื่นจำคุก ๘ ปี ฐานพาอาวุธไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะ ปรับ ๑๐๐ บาท รวมจำคุก ๘ ปี และปรับ ๑๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐ ข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ ๒ ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ และจำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๒ ได้ร่วมไปกับจำเลยที่ ๑ และเป็นคนส่งมีดพร้าให้จำเลยที่ ๑ ฟันทำร้ายพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ ๒ และแม้ว่าตอนที่จำเลยที่ ๑ วิ่งตามผู้เสียหายที่ ๒ ไปนั้น จำเลยที่ ๒ ได้วิ่งตามไปด้วยก็ดี หรือขณะที่ผู้เสียหายที่ ๑ จะเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ก็ได้พูดห้ามปรามว่า อย่ารุมก็ดี ก็ยังไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๒ ตั้งใจจะร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ ๑ เนื่องจากขณะที่ผู้เสียหายที่ ๑ ใช้ไม้ตีมือของจำเลยที่ ๑ จนอาวุธปืนสั้นหลุดจากมือ จำเลยที่ ๒ ก็มิได้ใช้มีดพร้าฟันผู้เสียหายที่ ๑ หรือผู้เสียหายที่ ๒ เสียเองอันพอจะเป็นการแสดงให้เห็นได้ว่าตั้งใจจะเข้าช่วยเหลือในลักษณะเข้ารุมทำร้ายผู้เสียหายที่ ๒ ตามสภาพอาวุธของตนที่มีอยู่ ฉะนั้นการที่จำเลยที่ ๒ เพียงแต่ส่งมีดพร้าให้จำเลยที่ ๑ โดยมิได้เข้าร่วมกระทำการใช้มีดพร้าฟันทำร้ายผู้เสียหายที่ ๒ เสียเอง จึงถือไม่ได้ว่ามีเจตนาเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในการกระทำความผิดดังกล่าว แต่มีลักษณะเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ ๒ ในการกระทำผิดก่อนกระทำความผิด อีกทั้งการที่จำเลยที่ ๑ ทำร้ายผู้เสียหายที่ ๑ ในตอนแรก ซึ่งจำเลยที่ ๒ ก็ยังมิได้ดำเนินการอะไรให้เห็นว่ามีเจตนาที่จะร่วมทำร้ายผู้เสียหายที่ ๑ และด้วยเหตุนี้การที่จำเลยที่ ๑ ถืออาวุธปืนสั้นมายังที่เกิดเหตุโดยจำเลยที่ ๒ ถือมีดพร้ามาด้วยนั้น พฤติการณ์พอถือได้ว่าต่างคนต่างเจตนาจะครอบครองอาวุธของตนเองตามลำพัง ทั้งไม่มีความประสงค์จะร่วมกันครอบครองอาวุธของกันและกันตลอดจนท้ายที่สุดจำเลยที่ ๒ ก็ไม่มีเจตนาจะร่วมกันกระทำความผิดดังกล่าวกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จึงมิได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ มีและพาอาวุธปืนดังกล่าว ทำร้ายผู้เสียหายที่ ๑ และพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ ๑ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น การกระทำของจำเลยที่ ๒ จึงเป็นเพียงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานพยายามฆ่า พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดฐานพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2543 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน โจทก์ นายเนียม พัฒน์ลำภู กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน · จำเลย - นายเนียม พัฒน์ลำภู กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ระพิณ บุญสิทธิ์ · สุเทพ เจตนาการณ์กุล · สมชัย เกษชุมพล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหลังสวน - นายพรชัย เอื้อวิริยวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายนินนาท สาครรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 226/2529ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1148/2534ฎีกา 551/2514ฎีกา 831/2541ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 2724/2519ฎีกา 9368/2552ฎีกา 2632/2529ฎีกา 47/2538ฎีกา 1429/2520ฎีกา 911/2536ฎีกา 58/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา