⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6441/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6441/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อบุคคลใดเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว อำนาจในการต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคลนั้นย่อมเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว บุคคลล้มละลายไม่มีสิทธิยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ด้วยตนเอง

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลจะมีคำสั่งตามคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยย่อมมีผลทำให้ศาลต้องหยิบยกปัญหาในเรื่องหนี้ของจำเลยขึ้นพิจารณาใหม่ จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์ของจำเลย เมื่อจำเลยเป็นบุคคลล้มละลายอำนาจในการต่อสู้คดีย่อมเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวแม้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะมาแถลงต่อศาลว่าไม่ติดใจคัดค้านคำขอพิจารณาใหม่ ก็ไม่ทำให้อำนาจในการต่อสู้คดีของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป จำเลยไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ด้วยตนเอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้กู้ยืมจำนวน 2,703,603.27 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 2,047,164.55 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน2,047,164.55 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี นับแต่วันที่ 2พฤษภาคม 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 656,438.72 บาท จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่และแก้ไขคำร้องว่าจำเลยเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษาศาลแพ่งในคดีหมายเลขแดงที่ ล.152/2533 หนี้กู้ยืมคดีนี้เกิดขึ้นภายหลังที่จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และจำเลยไม่ทราบมาก่อนว่าถูกโจทก์ฟ้องเพิ่งมาทราบเมื่อมีการส่งคำบังคับแล้ว จึงมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา โจทก์คัดค้านว่า โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยณ ภูมิลำเนาของจำเลย จึงเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องและให้ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยดังกล่าวหากศาลมีคำสั่งตามคำร้องย่อมมีผลทำให้ศาลต้องหยิบยกปัญหาในเรื่องหนี้ของจำเลยขึ้นพิจารณาใหม่ จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์ของจำเลย เมื่อจำเลยเป็นบุคคลล้มละลายอำนาจในการต่อสู้คดีย่อมเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 ซึ่งบัญญัติว่า "เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้(3) ประนีประนอมยอมความหรือฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้" แม้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะมาแถลงต่อศาลว่าไม่ติดใจคัดค้านคำขอพิจารณาใหม่ก็ไม่ทำให้อำนาจในการต่อสู้คดีของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ด้วยตนเอง ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6441/2543 ธนาคาร นครหลวงไทย โจทก์ นาย เล็ก ถาวรโชติ หรือ นาย วศิน สุทธิพงศกร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร นครหลวงไทย · จำเลย - นาย เล็ก ถาวรโชติ หรือ นาย วศิน สุทธิพงศกร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วัฒนชัย โชติชูตระกูล · ชวลิต ศรีสง่า · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5209/2566ฎีกา 578/2550ฎีกา 4238/2539ฎีกา 2416/2566ฎีกา 374/2534ฎีกา 6605/2550ฎีกา 662/2525ฎีกา 5104/2533ฎีกา 4851/2545ฎีกา 1636/2534ฎีกา 5219/2534ฎีกา 3779/2542ฎีกา 903/2508ฎีกา 92/2531ฎีกา 4470/2543ฎีกา 690/2512ฎีกา 4481/2542ฎีกา 8304/2559ฎีกา 7966/2544ฎีกา 2709/2536ฎีกา 7732/2552ฎีกา 4500/2565ฎีกา 6066/2539ฎีกา 1242/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ