⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6883/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6883/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ซื้อทรัพย์เห็นว่าบุคคลใดมีเจตนาไม่สุจริตจงใจทำให้เกิดความเสียหายแก่ตน ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเรียกร้องเอาจากบุคคลนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ซื้อทรัพย์อ้างว่าเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด และเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุมัติให้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่ผู้ซื้อทรัพย์แล้ว จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี และจำเลยได้ใช้สิทธิในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริต และไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีเจตนาประวิงเวลาในการบังคับคดีของศาล ทำให้ผู้ซื้อทรัพย์ไม่สามารถนำที่ดินที่ซื้อไปจัดสรรขายได้ ขอให้ยกเลิกการขายและให้คู่สัญญาทั้งสองกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์มิใช่เป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ.ภาค 4 ลักษณะ 2 อันว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง หากผู้ซื้อทรัพย์เห็นว่าบุคคลใดมีเจตนาไม่สุจริตจงใจทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อทรัพย์ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเรียกร้องเอาจากบุคคลนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน๗,๐๕๙,๔๓๔.๐๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยทั้งสองจำนวน ๑๕ แปลง ขายทอดตลาดนายสวัสดิ์ สุธรรมบุตร ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดในราคา ๔๔,๐๐๐,๐๐๐บาท จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์ อ้างว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง คดีถึงที่สุด นายสวัสดิ์ สุธรรมบุตร ผู้ซื้อทรัพย์ถึงแก่ความตาย นายสุขเกษมสุธรรมบุตร ทายาทของนายสวัสดิ์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต นายสุขเกษม สุธรรมบุตร บุตรนายสวัสดิ์ในฐานะทายาทผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกเลิกสัญญาซื้อขายทรัพย์จากการขายทอดตลาดระหว่างนายสวัสดิ์ สุธรรมบุตร ผู้ซื้อทรัพย์ กับเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ซื้อทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายโดยการฝ่าฝืนนั้น แล้วแต่กรณี อาจยื่นคำร้องต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนวิธีการบังคับคดีทั้งปวง หรือวิธีการบังคับคดีใด ๆ โดยเฉพาะเสียก็ได้ ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๖ วรรคสอง บัญญัติไว้แต่กรณีตามคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์เป็นเรื่องที่ผู้ซื้อทรัพย์อ้างว่าเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด และเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุมัติให้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่ผู้ซื้อทรัพย์แล้ว จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสองโดยใช้เวลาพิจารณาคดี ๒ ปีเศษ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งแล้ว จำเลยทั้งสองได้ใช้สิทธิในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริต และไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีเจตนาประวิงเวลาในการบังคับคดีของศาลโดยจำเลยที่ ๒ ได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาในการยื่นอุทธรณ์หลายครั้ง แต่ในที่สุดจำเลยที่ ๒ ก็หาได้อุทธรณ์ไม่ ส่วนจำเลยที่ ๑ ก็มิได้นำพยานเข้าสืบในชั้นพิจารณาของศาลแต่อย่างใด นอกจากนี้จำเลยที่ ๑ ยังเคยเข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดและเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด และเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุมัติให้ขายทรัพย์แก่จำเลยที่ ๑ ไปแล้วแต่จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาซื้อทรัพย์เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องนำทรัพย์ออกขายทอดตลาดใหม่ จากการประวิงเวลาของจำเลยทั้งสองทำให้ผู้ซื้อทรัพย์ไม่สามารถนำที่ดินที่ซื้อไปจัดสรรขายได้ ปรากฏว่าต่อมาเศรษฐกิจของประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ธุรกิจการซื้อขายบ้านและที่ดินประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ลูกค้าขาดส่งค่างวด ประชาชนทั่วไปตกงาน ขาดกำลังซื้อ ทำให้โครงการบ้านและที่ดินจัดสรรเป็นจำนวนมากต้องหยุดกิจการลง ทำให้ผู้ซื้อทรัพย์เสียสิทธิและเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจซื้อขายทรัพย์สินที่ได้จากการขายทอดตลาด ไม่สมประโยชน์แก่ผู้ซื้อทรัพย์ขอให้ยกเลิกการขาย และให้คู่สัญญาทั้งสองกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมซึ่งมิได้เป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค ๔ ลักษณะ ๒ อันว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งแต่อย่างใด ในทางกลับกันหากการเนิ่นช้านั้นทำให้ที่ดินที่ซื้อขายมีราคาสูงขึ้น ก็ย่อมเกิดประโยชน์แก่ผู้ซื้อทรัพย์โดยเพียงแต่วางมัดจำไว้เท่านั้น ยังไม่ต้องชำระราคาทั้งหมดจึงเป็นเรื่องของการเสี่ยงในทางการค้าแต่อย่างไรก็ดีหากผู้ซื้อทรัพย์เห็นว่า บุคคลใดมีเจตนาไม่สุจริตจงใจทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อทรัพย์ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเรียกร้องเอาจากบุคคลนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์เสียนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6883/2543 ธนาคารศรีนคร จำกัด โจทก์ นายสวัสดิ์ สุธรรมบุตร โดยนายสุขเกษม สุธรรมบุตร ทายาท ผู้ซื้อทรัพย์ นายอุดม จันตะนี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารศรีนคร จำกัด · โดยนายสุขเกษม - นายสวัสดิ์ สุธรรมบุตร · ผู้ซื้อทรัพย์ - สุธรรมบุตร ทายาท · จำเลย - นายอุดม จันตะนี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผล อนุวัตรนิติการ · ระพินทร บรรจงศิลป · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอรรจพล เพชรกาฬ · ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์พล ทองจีน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 2573/2552ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 6968/2537ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7466/2538ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 2422/2545ฎีกา 861/2540ฎีกา 241/2499ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา