คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6920/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา หรือคำสั่งที่เกี่ยวเนื่องกับคำสั่งดังกล่าว ย่อมเป็นที่สุดตามกฎหมาย และไม่อาจฎีกาโต้แย้งได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมถึงที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลไปอีก 6 เดือน ศาลชั้นต้นยกคำร้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ จำเลยจะฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีกหาได้ไม่ เพราะเป็นเรื่องอยู่ในกระบวนพิจารณาชั้นอุทธรณ์โดยเฉพาะต่อเนื่องจากที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาซึ่ง ป.วิ.พ มาตรา 156 วรรคท้าย บัญญัติให้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวนี้เป็นที่สุด ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงิน 3,872,353.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี จากต้นเงิน 3,178,707.45 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 5 ยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา โจทก์คัดค้านศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยที่ 5 แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 5 จำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมในการอุทธรณ์ออกไป 6 เดือน ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ
จำเลยที่ 5 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยที่ 5 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 5 อุทธรณ์อย่างคนอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมถึงที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อจำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมไปอีก 6 เดือน ศาลชั้นต้นเห็นว่า เหตุตามคำร้องมิใช่พฤติการณ์พิเศษไม่อนุญาต ยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ จำเลยที่ 5 จะฎีกาโต้เย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีกหาได้ไม่ เพราะเป็นเรื่องอยู่ในกระบวนพิจารณาชั้นอุทธรณ์โดยเฉพาะ ต่อเนื่องจากที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 5 ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ซึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย บัญญัติให้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวนี้เป็นที่สุด ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 5
พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 5 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา 200 บาท ให้จำเลยที่ 5 ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
(วิชัย ชื่นชมพูนุท - สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ - พีรพล จันทร์สว่าง)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6920/2543
ธนาคารสหธนาคาร จำกัด (มหาชน) โจทก์
บริษัทสตาร์เทคอินดัสตรี จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารสหธนาคาร จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัทสตาร์เทคอินดัสตรี จำกัด กับพวก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชาตรี สุริยะวิจิตรวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ ศรไชย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา