⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4439/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4439/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ถือเป็นที่สุดตามกฎหมาย และห้ามมิให้ฎีกา

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ต้องห้ามมิให้ฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 599,850 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 558,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้ครบถ้วนพร้อมยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล วันนัดไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล โจทก์ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ให้โจทก์วางค่าขึ้นศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ต่อมาครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว โจทก์มิได้นำเงินมาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้แก้ไขคำสั่งศาลชั้นต้นจากยกคำร้องเป็นยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนอนาถาเป็นเรื่องของศาลกับผู้ขอโดยให้สิทธิอีกฝ่ายคัดค้าน แต่หาได้ให้สิทธิผู้ที่ใช้สิทธิคัดค้านอุทธรณ์คำสั่งแต่อย่างใด จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว กรณีไม่มีเหตุให้รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งว่า คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองและยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดไต่สวน ส่วนคำฟ้องโจทก์ให้รอไว้สั่งเมื่อศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลแล้ว ในวันนัดไต่สวนคำร้อง โจทก์ไม่มา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลของโจทก์ และมีคำสั่งให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฟ้อง จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156/1 วรรคแรก ซึ่งกรณีนี้ตามมาตรา 156/1 วรรคท้าย บัญญัติให้ผู้ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งคดีนี้หมายถึงเฉพาะโจทก์เท่านั้นที่จะมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ การที่จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว จึงเป็นการยื่นอุทธรณ์โดยไม่มีกฎหมายบัญญัติให้มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จึงชอบแล้ว จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นที่สุดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย อนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 แต่ไม่ได้สั่งคืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ 2 ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 2 ให้คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4439/2558 เด็กชายญาณพัตน์ เจริญสุข โดยนางฤทัยรัตน์ เฉลิมชาติ ผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นายอุดมชัย แก้วประเสริฐ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เด็กชายญาณพัตน์ เจริญสุขโดยนางฤทัยรัตน์ เฉลิมชาติผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นายอุดมชัย แก้วประเสริฐ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อดิศักดิ์ ปัตรวลี · ทวีศักดิ์ ทองภักดี · เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายพิทักษ์ เริ่มก่อกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายศิริศักดิ์ เหมาะทอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1127/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา