คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7685/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยกระทำความผิดคดีใหม่ภายในระยะเวลาที่ศาลสั่งรอการลงโทษในคดีก่อน ศาลมีอำนาจสั่งบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษในคดีใหม่ได้ แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องหรือขอให้บวกโทษก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,500 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และกำหนดเงื่อนไขให้คุมความประพฤติของจำเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง มีกำหนด 1 ปี และจำเลยได้กระทำผิดคดีนี้อีกภายในระยะเวลาที่รอการลงโทษไว้ ฉะนั้น แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องและมิได้ขอให้บวกโทษในคดีดังกล่าวเข้ากับคดีนี้มาท้ายฟ้อง แต่ก็เป็นกรณีที่ความปรากฏแก่ศาล ตาม ป.อ.มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงให้นำโทษจำคุก 3 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๖๔
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง จำคุก ๑ ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ เดือน
จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน
จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า... ตามรายงานการสืบเสาะและพินิจ ซึ่งได้อ่านให้จำเลยฟังแล้วและจำเลยมิได้คัดค้านรวมทั้งมิได้อุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งแต่อย่างใด ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๒,๕๐๐ บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี และกำหนดเงื่อนไขให้คุมความประพฤติของจำเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๓ เดือนต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๒๕๐/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๑ และจำเลยได้กระทำผิดคดีนี้อีกภายในระยะเวลาที่รอการลงโทษไว้ ฉะนั้น แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องและมิได้ขอให้บวกโทษในคดีดังกล่าวเข้ากับคดีนี้มาท้ายฟ้อง แต่ก็เป็นกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ( ฉบับที่ ๑๐ ) พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๔ จึงให้นำโทษจำคุก ๓ เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๒๕๐/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ รวมเป็นโทษจำคุก ๙ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘.
นายพอพันธุ์ คิดจิตต์ ผู้ช่วยฯ
ร.ท.นิตินาถ บุญมา ย่อ
นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ
นางอัปษร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7685/2543
นายเรวัตร เรืองสูง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | เรืองสูง - นายเรวัตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ทองหล่อ โฉมงาม · ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดระนอง - นายวิระพล เทียนบก · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา