⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8897/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8897/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประกันภัยที่ระบุให้บุคคลภายนอกได้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ ถือเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ. มาตรา 374 สิทธิของบุคคลภายนอกจะเกิดขึ้นเมื่อได้แสดงเจตนาแก่ลูกหนี้ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นแล้ว

ย่อคำพิพากษา

กรมธรรม์ประกันภัยซึ่งจำเลยที่ 1 ทำไว้ต่อจำเลยที่ 4 ผู้รับประกันภัยระบุว่า ในกรณีที่มีความสูญหายหรือความเสียหายที่มิอาจซ่อมได้ จำเลยที่ 4 จะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ผู้รับประโยชน์ตามส่วนได้เสียก่อนนั้นเป็นสัญญาประกันภัยซึ่งจำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันว่าจะให้บุคคลภายนอกได้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยควรได้รับ อันเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก ตามความใน ป.พ.พ. มาตรา 374 เมื่อมาตรา 374 วรรคสอง บัญญัติว่า? สิทธิของบุคคลภายนอกย่อมเกิดมีขึ้นตั้งแต่เวลาที่แสดงเจตนาแก่ลูกหนี้ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้น แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แสดงเจตนาแก่จำเลยที่ 4 ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาดังกล่าวเลย สิทธิของโจทก์จึงยังไม่เกิดขึ้นตามมาตรา 374 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องให้จำเลยที่ 4 ใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีคืนทุนหรือกรณีที่รถยนต์เสียหายโดยสิ้นเชิงแก่โจทก์ได้ เรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ราคารถยนต์ ๑,๔๕๓,๓๖๔.๕๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่สัญญาเลิกจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๕๗,๓๘๑.๔๖ บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ราคารถยนต์เป็นเงิน ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕๐,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องจำเลยที่ ๔ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยที่ ๔ โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๒๒,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับโจทก์ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม และจำเลยที่ ๑ ประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้ต่อจำเลยที่ ๔ โดยจำกัดความรับผิดเป็นเงิน ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท กรมธรรม์ประกันภัยระบุข้อตกลงระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๔ ไว้ว่า ในกรณีมีความสูญหายหรือความเสียหายที่มิอาจซ่อมได้ จำเลยที่ ๔ จะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ตามส่วนได้เสียก่อน ต่อมารถยนต์คันดังกล่าวประสบอุบัติเหตุเสียหาย และจำเลยที่ ๔ จ่ายเงินจำนวน ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท เต็มตามความรับผิดในสัญญาประกันภัยแก่จำเลยที่ ๑ ไปแล้ว ในส่วนของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ร่วมกันใช้ราคารถยนต์แก่โจทก์เป็นเงิน ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๔ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ชำระราคารถยนต์ดังกล่าวแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า กรมธรรม์ประกันภัยซึ่งจำเลยที่ ๑ ผู้เอาประกันภัยทำไว้ต่อจำเลยที่ ๔ ผู้รับประกันภัย ระบุว่า ในกรณีที่มีความสูญหายหรือความเสียหายที่มิอาจซ่อมได้ จำเลยที่ ๔ จะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ผู้รับประโยชน์ตามส่วนได้เสียก่อนนั้น เป็นสัญญาประกันภัยซึ่งจำเลยที่ ๔ กับจำเลยที่ ๑ ตกลงกันว่าจะให้บุคคลภายนอกได้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยควรได้รับ อันเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก ตามความใน ป.พ.พ. มาตรา ๓๗๔ เมื่อมาตรา ๓๗๔ วรรคสอง บัญญัติว่า? สิทธิของบุคคลภายนอกย่อมเกิดมีขึ้นตั้งแต่เวลาที่แสดงเจตนาแก่ลูกหนี้ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้น แต่ตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แสดงเจตนาแก่จำเลยที่ ๔ ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาดังกล่าวเลย ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ก็เบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยที่ ๔ ตอนหนึ่งว่า ในวันที่จำเลยที่ ๔ มอบเช็คชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่จำเลยที่ ๑ พยานมิได้คัดค้านว่าจะต้องชำระให้แก่พยานในฐานะผู้รับประโยชน์ และก่อนหน้านี้โจทก์ก็มิได้มีหนังสือแสดงเจตนาที่จะใช้สิทธิในฐานะเป็นผู้รับประโยชน์ไปยังจำเลยที่ ๔ ด้วย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ยุติว่า โจทก์มิได้แสดงเจตนาที่จะถือเอาประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันภัย สิทธิของโจทก์จึงยังไม่เกิดขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๗๔ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องให้จำเลยที่ ๔ ใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีคืนทุน หรือกรณีที่รถยนต์เสียหายโดยสิ้นเชิงแก่โจทก์ ตามกรมธรรม์ประกันภัยได้ เรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑๐,๐๐๐ บาท แทนจำเลยที่ ๔ ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกินจากทุนทรัพย์ ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8897/2543 บริษัทไทย. วี. พี. ลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ นายสุรศักดิ์ นันธิกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทย. วี. พี. ลิสซิ่ง จำกัด · จำเลย - นายสุรศักดิ์ นันธิกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โนรี จันทร์ทร · พินิจ เพชรรุ่ง · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นางวิไล นภานุเคราะห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพรัช เกิดศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา