⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1811/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1811/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองหากคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ไม่ถึงยี่สิบกรัม โจทก์ต้องนำสืบให้ได้ว่ามีเจตนาเพื่อจำหน่าย หากนำสืบไม่ได้จะฟังว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

บทบัญญัติมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯหมายความว่า บุคคลที่มียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเมื่อคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไป ให้ถือว่าบุคคลนั้นมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นข้อสันนิษฐานเด็ดขาดตามกฎหมายโดยโจทก์ไม่ต้องนำสืบว่าบุคคลนั้นมีเจตนามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่ถ้ามีไว้ในครอบครองคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ไม่ถึงยี่สิบกรัม โจทก์ต้องนำสืบให้ฟังได้ว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายถ้าโจทก์นำสืบไม่ได้จะฟังว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามข้อสันนิษฐานดังกล่าวหาได้ไม่ คงฟังได้เพียงว่ามีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น คำฟ้องระบุว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางมีน้ำหนักรวมเพียง5.76 กรัม เห็นได้ชัดแจ้งว่าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ไม่ถึงยี่สิบกรัมและโจทก์ก็มิได้ประสงค์ให้ลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพราะมีเมทแอมเฟตามีนคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไป จึงหาต้องคำนวณและระบุจำนวนสารบริสุทธิ์มาในคำฟ้องและรายงานผลการตรวจพิสูจน์ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.15

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง และบวกโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 142/2540 ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 รับว่าถูกศาลพิพากษาลงโทษและรอการลงโทษไว้จริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,67 (ที่ถูกมาตรา 102 ด้วย) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำคุกคนละ 5 ปี และให้บวกโทษจำคุก 7 เดือน ของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 142/2540 ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เข้ากับโทษในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 รวมจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 5 ปี 7 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองว่า ตามคำฟ้องและรายงานผลการตรวจพิสูจน์เมทแอมเฟตามีนมิได้คำนวณและระบุจำนวนสารบริสุทธิ์ไว้ จะลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษได้หรือไม่ เห็นว่าพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งบัญญัติว่าห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เว้นแต่การมีไว้ในครอบครองในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามที่รัฐมนตรีจะอนุญาตเป็นหนังสือเฉพาะรายหรือเฉพาะกรณีที่เห็นสมควร และวรรคสองบัญญัติว่าการผลิตนำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไปให้ถือว่าผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งหมายความว่าบุคคลที่มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเมื่อคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไปให้ถือว่าบุคคลนั้นมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นข้อสันนิษฐานเด็ดขาดตามกฎหมาย โดยโจทก์ไม่ต้องนำสืบว่าบุคคลนั้นมีเจตนามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่ถ้ามีไว้ในครอบครองไม่ว่าจำนวนมากน้อยเพียงใด แต่คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ไม่ถึงยี่สิบกรัม โจทก์ต้องนำสืบให้ฟังได้ว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ถ้าโจทก์นำสืบไม่ได้ว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจะฟังว่ามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามข้อสันนิษฐานดังกล่าวหาได้ไม่ คงฟังได้เพียงว่ามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น การคำนวณและระบุจำนวนสารบริสุทธิ์มาในคำฟ้องและรายงานผลการตรวจพิสูจน์เมทแอมเฟตามีน จึงเป็นเพียงข้อเท็จจริงที่ให้ถือว่ามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเท่านั้น แต่ตามคำฟ้องระบุว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางมีน้ำหนักรวมเพียง 5.76 กรัม ซึ่งเห็นได้ชัดแจ้งว่าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ไม่ถึงยี่สิบกรัม และโจทก์ก็มิได้ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพราะมีเมทแอมเฟตามีนคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไป จึงหาจำต้องคำนวณและระบุจำนวนสารบริสุทธิ์มาในคำฟ้องและรายงานผลการตรวจพิสูจน์ดังจำเลยทั้งสองฎีกาไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองไม่ได้รับอนุญาตศาลชั้นต้นมีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสองตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงเป็นการพิพากษาที่ไม่เกินคำขอและเกินคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่อย่างใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1811/2544 พนักงานอัยการ สำนักอัยการสูงสุด โจทก์ นาย นิพนธ์หรืออั๋น สมจิตรกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักอัยการสูงสุด · จำเลย - นาย นิพนธ์หรืออั๋น สมจิตรกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล คุปต์กาญจนากุล · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 6617/2542ฎีกา 3012-3013/2543ฎีกา 848/2545ฎีกา 2936/2543ฎีกา 9012/2543ฎีกา 6856/2544ฎีกา 114/2538ฎีกา 2842/2537ฎีกา 672/2539ฎีกา 2947/2543ฎีกา 576/2543ฎีกา 352/2546ฎีกา 5299/2545ฎีกา 7585/2544ฎีกา 614/2541ฎีกา 311/2542ฎีกา 619/2519ฎีกา 3580/2531ฎีกา 466/2546ฎีกา 6233/2541ฎีกา 5397/2544ฎีกา 152/2534ฎีกา 23/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ