⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5397/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5397/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งทราบถึงวัตถุประสงค์ในการพาอีกบุคคลหนึ่งไปยังสถานที่เกิดเหตุ และได้ร่วมรับมอบสิ่งของผิดกฎหมาย ถือได้ว่าบุคคลนั้นเป็นตัวการร่วมในการครอบครองสิ่งของผิดกฎหมายนั้น โดยแบ่งหน้าที่กันทำ. หากโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นนอกเหนือจากคำรับของผู้ต้องหา และไม่เข้าข่ายข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีบ้านอยู่ใกล้กัน จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยจำเลยที่ 2 นั่งอยู่ด้วยในขณะที่ อ. เข้ามาพูดคุยกับจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 ย่อมทราบเรื่องดี เมื่อจำเลยที่ 2 รับสิ่งของแล้ว จำเลยที่ 1ก็ขับรถยนต์ออกไป เช่นนี้แสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 ทราบรายละเอียดของการที่ตนขับรถยนต์พาจำเลยที่ 2 มายังสถานที่เกิดเหตุเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เมื่อ อ. นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งให้จำเลยที่ 2ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวการในการรับมอบเมทแอมเฟตามีนนั้นร่วมกับจำเลยที่ 2 ด้วยโดยแบ่งหน้าที่กันทำ จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีไว้ในครอบครองซึ่งเมทแอมเฟตามีนนั้น สำหรับความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้นโจทก์มีเพียงคำรับในชั้นจับกุมของจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับคำรับของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนเท่านั้น โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่นำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 กระทำการใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ทั้งยังไม่ต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 15 วรรคสองกรณียังถือไม่ได้ว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.67

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 198 เม็ด น้ำหนักเมทแอมเฟตามีน 17.07 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าว และซองพลาสติกสำหรับใส่เมทแอมเฟตามีน 1 ซอง เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8,15, 66, 102 กับริบเมทแอมเฟตามีน และซองบรรจุเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 10 ปีจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 5 ปี ริบของกลาง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1ว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1หรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจโทเดิมพัน นายดาบตำรวจมานิจ และจ่าสิบตำรวจมาโนช เป็นพยานเบิกความว่า ในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1ขับรถยนต์เข้าไปในหมู่บ้านและจอดรถยนต์ที่บริเวณใกล้บ้านพักคนงานก่อสร้าง นายโอเดินเข้าไปยืนข้างรถยนต์และพูดคุยกับจำเลยที่ 2แล้วส่งของให้กัน จากนั้นจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ออกไปจากหมู่บ้านเห็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีบ้านอยู่ใกล้กัน จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยจำเลยที่ 2 นั่งอยู่ด้วยในขณะที่นายโอเข้ามาพูดคุยกับจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 ย่อมทราบเรื่องดี เมื่อจำเลยที่ 2 รับสิ่งของแล้วจำเลยที่ 1ก็ขับรถยนต์ออกไป เช่นนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 ทราบรายละเอียดของการที่ตนขับรถยนต์พาจำเลยที่ 2 มายังสถานที่เกิดเหตุเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เมื่อนายโอนำเมทแอมเฟตามีนมาส่งให้จำเลยที่ 2 ดังที่กล่าวมาแล้วย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวการในการรับมอบเมทแอมเฟตามีนนั้นร่วมกับจำเลยที่ 2 ด้วยโดยแบ่งหน้าที่กันทำ จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้ร่วมกับจำเลยที่ 2มีไว้ในครอบครองซึ่งเมทแอมเฟตามีนนั้น ปัญหาวินิจฉัยต่อไปมีว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ โจทก์นำสืบว่า นายโอส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 198 เม็ด แก่จำเลยที่ 2 และจำเลยทั้งสองรับสารภาพในชั้นจับกุมว่ามีไว้ในครอบครองซึ่งเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเพื่อจำหน่ายในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 2 ยังคงรับสารภาพว่าร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนนั้นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เห็นว่า โจทก์นำสืบในข้อนี้ได้แต่เพียงมีคำรับในชั้นจับกุมของจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับคำรับของจำเลยที่ 2ในชั้นสอบสวนเป็นพยานเท่านั้น โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่นำสืบให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 กระทำการใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้ปริมาณของกลางมีจำนวน 198 เม็ด ซึ่งค่อนข้างมากแต่ก็มีน้ำหนัก 17.07 กรัมซึ่งเท่ากับว่ามีน้ำหนักของสารบริสุทธิ์ไม่ถึงยี่สิบกรัมอย่างแน่นอนจึงไม่ต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสองเมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นประกอบที่จะชี้ให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย กรณียังถือไม่ได้ว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายคดีนี้สำหรับจำเลยที่ 2 ซึ่งได้ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้จำเลยที่ 2 ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาแต่เมื่อมีเหตุในลักษณะคดีซึ่งศาลฎีการับฟังข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอฟังว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ย่อมมีผลถึงจำเลยที่ 2 ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225 ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,67 ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5397/2544 พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นาย เสน่ห์ พุ่มศิริ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นาย เสน่ห์ พุ่มศิริ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · ชูชาติ ศรีแสง · สบโชค สุขารมณ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 848/2545ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ