⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2245/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2245/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความ คือ สัญญาที่คู่กรณีตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ โดยต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนปรนซึ่งกันและกัน

ย่อคำพิพากษา

บันทึกข้อตกลงในช่องข้อตกลงของคู่กรณีระบุให้ ส. (บุตรโจทก์)ขนย้ายครอบครัวออกจากบ้านเช่าภายใน 60 วัน ส่วนจำเลยยินยอมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 8021 เนื้อที่ 35 ตารางวา ให้แก่โจทก์ ดังนี้ จะเห็นว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยดังกล่าวกำหนดให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างมีภาระหน้าที่ต่อกันและเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 45836 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ 35 ตารางวา ที่แบ่งแยกแล้วให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปขอให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 45836 ซึ่งแบ่งแยกออกมาจากโฉนดเลขที่ 8021 จำเลยเคยประสงค์จะยกที่ดินโฉนดเลขที่ 8021 บางส่วนให้แก่โจทก์โดยทำนิติกรรมและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ในที่สุดการให้ระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง นอกจากนี้การที่โจทก์ยังคงอยู่ในที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 45836 เป็นการโต้แย้งสิทธิจำเลย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทต่อไป และให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยในอัตราเดือนละ 500บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะออกจากที่ดินพิพาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่โดยทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้ต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าจำเลยจะแบ่งที่ดินโอนให้แก่โจทก์และมีเจตนาทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในภายหลัง เมื่อเป็นดังนี้จำเลยจึงได้แบ่งแยกที่ดินออกมาเป็นที่ดินแปลงพิพาทตามโฉนดเลขที่ 45836ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ 35ตารางวา ตามเจตนาที่ได้ตกลงกัน สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่เป็นโมฆะจำเลยมีหน้าที่ตามสัญญาจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ จำเลยจึงฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 45836 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่าโจทก์และจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โจทก์ปลูกบ้าน 2 หลัง อยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 8021 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครซึ่งเป็นที่ดินที่บิดามารดายกให้จำเลย ต่อมาจำเลยจะขายที่ดินแต่โจทก์ไม่ยอมรื้อถอนบ้านออกไป โจทก์กับจำเลยเจรจากันที่ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาครและทำบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.3 หรือ ล.2ปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาให้หรือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ พิเคราะห์เอกสารหมาย จ.3 แล้ว แผ่นแรกระบุเรื่องว่า เป็นเรื่องไกล่เกลี่ยกรณีค่ารื้อถอนมีการบันทึกถ้อยคำของโจทก์และจำเลย แผ่นที่สามเป็นคำเปรียบเทียบของนายอำเภอระบุว่าให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายดำเนินการตามข้อตกลงในช่องข้อตกลงของคู่กรณีระบุให้นางสวง พันเปรม (บุตรโจทก์)ขนย้ายครอบครัวออกจากบ้านเช่าภายใน 60 วัน ส่วนจำเลยยินยอมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 8021 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ .35 ตารางวา ให้แก่โจทก์ ดังนี้ จะเห็นว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยดังกล่าวกำหนดให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างมีภาระหน้าที่ต่อกันและเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ หาใช่สัญญาให้ตามที่จำเลยฎีกาแต่ประการใดไม่ เมื่อโจทก์ปฏิบัติตามสัญญาแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเป็นการตอบแทนโดยโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 45876 เนื้อที่ 35 ตารางวา ซึ่งจำเลยแบ่งแยกออกมาจากที่ดินตามโฉนดเลขที่ 8021 ให้แก่โจทก์ การที่จำเลยบิดพลิ้วไม่ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องร้องบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาได้และจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายผิดสัญญาย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2245/2544 นาย ตี๋ สมประสงค์ โจทก์ นางสาว บุญตรี สมประสงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ตี๋ สมประสงค์ · จำเลย - นางสาว บุญตรี สมประสงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · สุทิน ปัทมราชวิเชียร · สมชัย เกษชุมพล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3191/2547ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5283/2540ฎีกา 4800/2534ฎีกา 8182/2540ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 727/2567ฎีกา 5811/2533ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 308/2509ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1280/2502ฎีกา 953/2505ฎีกา 2431/2530ฎีกา 2242/2531ฎีกา 7568/2541ฎีกา 506/2530ฎีกา 1225-1235/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ