⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2509/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2509/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบอำนาจให้บุคคลหลายคนต่างคนต่างกระทำการแยกกันได้ ต้องเสียอากรแสตมป์ตามจำนวนผู้รับมอบอำนาจแต่ละคน หากปิดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย ตราสารนั้นจะไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้

ย่อคำพิพากษา

การจะปิดอากรแสตมป์ลงในใบมอบอำนาจเป็นจำนวนเท่าใดนั้น บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด 6 ของประมวลรัษฎากรกำหนดในข้อ 7 ว่า (ข) การมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคนร่วมกันกระทำการมากกว่า ครั้งเดียว ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ 30 บาท ส่วน (ค) การมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียวโดยให้บุคคล หลายคนต่างคนต่างกระทำกิจการแยกกันได้ ให้ติดตามรายตัวบุคคลที่รับมอบคนละ 30 บาท เมื่อโจทก์มอบอำนาจให้ ผู้รับมอบอำนาจคือ ส. หรือ ข. คนใดคนหนึ่งฟ้องคดีแพ่ง และกระทำการอื่น ๆ แทนโจทก์ได้ จึงเป็นกรณีการมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้ต่างคนต่างกระทำกิจการแยกกันได้ โจทก์จึงต้องปิดอากรแสตมป์คิดตามรายตัวบุคคลที่รับมอบอำนาจคนละ 30 บาท รวม 60 บาท แต่โจทก์ปิดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจนั้นเพียง 30 บาท จึงเป็นการปิดอากรแสตมป์ในเอกสารดังกล่าวไม่ครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมาย หนังสือมอบอำนาจดังกล่าว จึงเป็นตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์ให้บริบูรณ์ในขณะที่โจทก์อ้างเป็นพยานหลักฐาน มีผลให้ไม่อาจใช้เป็นพยาน หลักฐานในคดีนี้ได้ ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.รัษฎากร มาตรา 118

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๙,๒๘๐,๔๘๓.๘๙ บาท และชำระดอกเบี้ยร้อยละ ๒๐.๗๕ ต่อปี ในเงินต้น ๖,๒๒๘,๙๕๙.๓๑ นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้หรือชำระ ไม่ครบถ้วน ขอให้ยึดที่ดินทุกแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จำนองเป็นประกันไว้แก่โจทก์ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ถ้าขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ขอให้อายัดหรือยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจกท์จนครบถ้วน จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๙,๒๘๐,๔๘๓.๘๙ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๒๐.๗๕ ต่อปี ในเงินต้น ๖,๒๒๘,๙๕๙.๓๑ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ยื่นฟ้องวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๒) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๖๓๒๒ และเลขที่ ๓๖๓๒๓ ตำบลคลองตัน (ที่ ๑๑ พระโขนงฝั่งเหนือ) อำเภอคลองเตย (พระโขนง) กรุงเทพมหานคร กับที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๑๙, เลขที่ ๒๕๙๑๒, เลขที่ ๑๕๙๑๓, เลขที่ ๒๕๙๑๔, เลขที่ ๒๕๙๑๕, เลขที่ ๒๕๙๑๖ และเลขที่ ๑๕๙๑๗ ตำบลคลองมะเดื่อ (คลองกระทุ่มแบน) อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นทรัพย์จำนอง ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ ถ้าได้เงิน ไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า กรณีเห็นสมควรหยิบยกอุทธรณ์ข้อ ๔ ของจำเลยทั้งสามขึ้นวินิจฉัยว่าหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์เอกสารหมาย จ. ๒ ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนหรือไม่ ในข้อนี้ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เห็นว่า สำหรับใบมอบอำนาจนั้น บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด ๖ ของ ป. รัษฎากรกำหนดในข้อ ๗ ว่า กรณี (ข) มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคนร่วมกันกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ๓๐ บาท และกรณี (ค) มอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียวโดยให้บุคคลหลายคนต่างคนต่างกระทำกิจการแยกกันได้ คิดตามรายตัวบุคคลที่รับมอบคนละ ๓๐ บาท เมื่อโจทก์มอบอำนาจให้นายสายัณต์ หรือนายบัณฑิต เป็นผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ในการดำเนินคดี และกระทำการอื่นตามที่ระบุไว้ในข้อ ๒ ถึง ๘ โดยให้ผู้รับมอบอำนาจคนใดคนหนึ่งมีอำนาจกระทำการดังกล่าวแทนโจทก์ในนามโจทก์ได้ ดังนี้ การมอบอำนาจดังกล่าวของโจทก์เป็นการมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้ต่างคนต่างกระทำกิจการแยกกันได้ ค่าอากรแสตมป์จึงต้องคิดตามรายตัวบุคคลที่รับมอบอำนาจคนละ ๓๐ บาท ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ข้อ ๗ (ค) ท้าย ป.รัษฎากร เมื่อตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ. ๒ โจทก์ได้ มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจ ๒ คน คนใดคนหนึ่งทำการฟ้องคดีแพ่งและกระทำการอื่น ๆ แทนโจทก์ได้ โจทก์จึงต้องปิดอากรแสตมป์คิดตามรายตัวบุคคลที่รับมอบอำนาจคนละ ๓๐ บาท รวม ๖๐ บาท แต่โจทก์ปิดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจนั้นจำนวนเพียง ๓๐ บาท จึงเป็นการปิดอากรแสตมป์ในเอกสารดังกล่าวไม่ครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมาย หนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ. ๒ จึงเป็นตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์ให้บริบูรณ์ในขณะที่โจทก์อ้างเป็น พยานหลักฐานหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้ ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.รัษฎากร มาตรา ๑๑๘ เมื่อหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ. ๒ ไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้ กรณีย่อมฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้นายสายัณห์ฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้ นายสายัณห์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2509/2544 ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัท สยามซูพีเรียร์ซิลค์คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัท สยามซูพีเรียร์ซิลค์คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา ประสงค์จรรยา · พินิจ เพชรรุ่ง · ยงยศ นิสภัครกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายวันชัย ศศิโรจน์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 6938/2539ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา