⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2560/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2560/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวหาว่าเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต แม้จะไม่มีรายละเอียดว่าทุจริตอย่างไร ก็เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งอาจทำให้เจ้าพนักงานเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกับพวกตาม ป.อ. มาตรา 326 , 328 , 332 และ พ.ร.บ. การพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 4 , 48 โดยบรรยายข้อความที่จำเลยที่ 2 ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ตามที่จำเลยที่ 1 ให้ข่าวในคำฟ้องว่า "? ซึ่งเป็นการทำซ้ำ หลักฐานที่ชุดสอบสวนเดิมมอบให้ พล.ต.ต.ส. เท่ากับว่า พล.ต.ต.ส. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต?" คำว่า โดยทุจริตนั้นมีความหมายว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น แม้จะไม่มี รายละเอียดว่าทุจริตอย่างไรก็เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โด้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งอาจทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังได้ สมควรที่ศาลชั้นต้นจะต้องทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามรูปคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.162 ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับราชการตำรวจ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จำเลยที่ ๑ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น สังกัดพรรคความหวังใหม่ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้พิมพ์โฆษณา โดยเป็นบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ข่าวสด เมื่อระหว่างวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๔๒ ถึงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๒ ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยที่ ๒ ได้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ข่าวสดฉบับวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๒ ตามข้อความที่จำเลยที่ ๑ ให้ข่าว โดยพาดหัวข่าวว่า เปิดเผยว่า? ซึ่งเป็นการทำซ้ำหลักฐานที่ชุดสอบสวนเดิมมอบให้ พล.ต.ต. เสรี เท่ากับว่า พล.ต.ต. เสรี ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือโดยทุจริต ผู้ร้องเรียนจึงร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าพนักงานแต่ที่สุดกรมตำรวจกลับมีความเห็นยุติเรื่อง คณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ร้องเรียนได้ทำหนังสือกล่าวโทษบุคคลแน่นอน ซึ่งพนักงานสอบสวนรับเรื่องและสอบพยานบุคคลแล้ว ถือเป็นการสอบสวนตามประมวลกฎหมายอาญา จึงต้องดำเนินการสอบสวนและมีความเห็นในสำนวนว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ และการสั่งยุติหรือระงับการสอบสวนของอธิบดีกรมตำรวจไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา" รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายหนังสือพิมพ์ข่าวสดเอกสารท้ายฟ้อง ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสองมีเจตนาให้ผู้อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวเข้าใจว่า โจทก์ทำหลักฐานเท็จในคดีลอบสังหารบุคคลสำคัญ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและกระทำการโดยทุจริตอันเป็นความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต ทั้ง ๆ ที่ไม่เป็นความจริง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เหตุเกิดทุกตำบลทั่วราชอาณาจักร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ , ๓๒๘ , ๓๓๒ , ๘๓ , ๘๔ , ๙๐ , ๙๑ พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ. ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔ , ๔๘ และให้จำเลยทั้งสองโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์แนวหน้า มติชน ไทยรัฐ ไทยโพสต์ ข่าวสด เดลินิวส์ สื่อธุรกิจการเมืองและสยามรัฐในหน้า ๑ ขนาดกว้าง ๔ นิ้ว ยาว ๘ นิ้ว มีกำหนด ๑๕ วันติดต่อกัน โดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าโฆษณา ศาลชั้นต้นงดไต่สวนมูลฟ้องและเห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ข้อความที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๒ ตามที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องนั้นเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ข้อความที่ลงพิมพ์เป็นข่าวกล่าวถึงโจทก์ว่า "?ซึ่งเป็นการทำซ้ำหลักฐานที่ชุดสอบสวนเดิมมอบให้ พล.ต.ต. เสรี เท่ากับว่า พล.ต.ต. เสรี ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต?" คำว่า โดยทุจริตนี้มีความหมายว่าเพื่อแสวงหาประโยชน์มี่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น แม้จะไม่มีรายละเอียดว่าทุจริตอย่างไร ก็เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งอาจทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังได้ จึงสมควรที่ศาลชั้นต้นจะต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองให้งดไต่สวนมูลฟ้องและเห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษา ยกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2560/2544 พลตำรวจโทเสรี เตมียเวส โจทก์ นายอดิศร เพียงเกษ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พลตำรวจโทเสรี เตมียเวส · จำเลย - นายอดิศร เพียงเกษ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วัฒนชัย โชติชูตระกูล · ชวลิต ศรีสง่า · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายพิศิฎฐ์ สุดลาภา · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิมชัย จารุไพบูลย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 7651/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 1499/2531ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา