คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2937/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์ จะต้องเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในขณะที่โจทก์ฟ้องและขณะที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จึงจะขอให้ล้มละลายได้
ย่อคำพิพากษา
หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอให้ล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 89 ได้นั้น ต้องเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในขณะที่โจทก์ฟ้องและขณะที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนไว้เด็ดขาด ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำฟ้องว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 ในช่วงก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ โจทก์จึงไม่อาจขอให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 89 ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.89
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้สั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งห้าเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าล้มละลาย
จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
จำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 เด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร สำหรับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ 255/2530 ของศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งพิพากษาให้ร่วมกับพวกชำระเงินจำนวน 1,297,568.47 บาท แก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 3 และที่ 4 กับพวก ไม่ชำระ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในข้อกฎหมายประการแรกว่า เมื่อจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 ที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว ศาลต้องมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 3 และที่ 4 เด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 89 หรือไม่ เห็นว่า หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอให้ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 89 ได้นั้น ต้องเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในขณะที่โจทก์ฟ้องและขณะที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนไว้เด็ดขาดดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำฟ้องว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 ในช่วงระหว่างวันที่ 2 พฤษภาคม 2527 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2529 ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2540 จำเลยที่ 3 และที่ 4 ย่อมไม่ใช่หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 ในขณะโจทก์ฟ้องและขณะที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างจำเลยที่ 1 เด็ดขาด โจทก์จึงไม่อาจขอให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 89 ได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น...
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2937/2544
กรมสรรพากร โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดมณฑลก่อสร้าง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดมณฑลก่อสร้าง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พีรพล จันทร์สว่าง · พิชัย เตโชพิทยากูล · วัฒนชัย โชติชูตระกูล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายกิตติศักดิ์ สนธิเสน · ศาลอุทธรณ์ - นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา