⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7348/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7348/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ไม่ได้จดทะเบียนซึ่งไม่จำกัดความรับผิด ต้องรับผิดในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดแทนห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นโดยไม่จำกัดจำนวน และไม่มีสิทธิยกข้อต่อสู้ว่าตนมีทรัพย์สินพอชำระหนี้หรือมิใช่ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการล้มละลาย

ย่อคำพิพากษา

หนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องให้จำเลยทั้งสองล้มละลายเป็นหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งสืบเนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ก่อขึ้นในขณะที่จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่จำกัดความรับผิดต้องรับผิดในหนี้สินแทนจำเลยที่1ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1070 และ 1077 โดยไม่จำกัดจำนวนจำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจต่อสู้หรือนำสืบว่าตนมีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 หรือมิใช่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ.2483 มาตรา 7

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1070 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1077 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.7 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.89

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อวันที่ 14พฤศจิกายน 2523 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 156,237.59 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามเพิกเฉยไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ คำนวณเป็นต้นเงินและดอกเบี้ยรวมทั้งค่าทนายความคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน520,944.23 บาท ปรากฏว่าไม่พบทรัพย์สินของจำเลยทั้งสามที่โจทก์จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสามเด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายต่อไป จำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า ไม่เคยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาโจทก์ไม่ติดตามบังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 เกินกำหนด 10 ปี ขาดอายุความถือได้ว่าเป็นเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยที่ 2 ล้มละลาย และจำเลยที่ 2ไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสามเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ฎีกาข้อแรกว่า จำเลยที่ 2มีทรัพย์สินไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท พอชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 และฎีกาข้อหลังว่า จำเลยที่ 2 มีอำนาจต่อสู้คดีและนำสืบว่า จำเลยที่ 2ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 7 ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาข้อหลังที่ว่า จำเลยที่ 2มีอำนาจต่อสู้คดีและนำสืบว่า จำเลยที่ 2 ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ก่อน พิเคราะห์แล้ว หนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งสืบเนื่องจากจำเลยที่ 1 ก่อขึ้นในขณะที่จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่จำกัดความรับผิด ต้องรับผิดในหนี้สินแทนจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1070 และ 1077โดยไม่จำกัดจำนวนอยู่ จำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจต่อสู้หรือนำสืบว่าตนมีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 หรือมิใช่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 7กรณีมีเหตุที่จำเลยที่ 2 จะต้องล้มละลายตามฟ้อง เมื่อได้วินิจฉัยฎีกาข้อหลังของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวแล้วจึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาฎีกาข้อแรกของจำเลยที่ 2 อีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7348/2537 ธนาคาร สยาม จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธีรพงษ์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร สยาม จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธีรพงษ์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิระ บุญพจนสุนทร · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3888/2537ฎีกา 4790/2533ฎีกา 1470/2548ฎีกา 4411/2531ฎีกา 320/2538ฎีกา 3541/2566ฎีกา 94/2547ฎีกา 495/2504ฎีกา 365-388/2548ฎีกา 2778/2552ฎีกา 901/2508ฎีกา 2445/2533ฎีกา 463/2537ฎีกา 7093/2545ฎีกา 4260/2536ฎีกา 1172/2521ฎีกา 2522/2517ฎีกา 400/2546ฎีกา 6470/2548ฎีกา 1399/2566ฎีกา 1880/2514ฎีกา 2454/2517ฎีกา 753/2526ฎีกา 1765/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา