⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3013/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3013/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนจำกัดเด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมขอให้ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดล้มละลายได้โดยเด็ดขาด โดยไม่ต้องคำนึงถึงหนี้สินของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวของผู้เป็นหุ้นส่วนนั้น.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนจำกัดใดแล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมจะขอให้ผู้ที่เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นล้มละลายได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นหนี้สินของผู้เป็นหุ้นส่วนดังกล่าว และผู้เป็นหุ้นส่วนดังกล่าวมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ เพราะผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดต้องร่วมรับผิดในหนี้สินโดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1070, 1077 การพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวเป็นการไต่สวนคำขอของโจทก์ฝ่ายเดียวในขั้นแรกขณะเริ่มฟ้อง และเพียงแต่ศาลเห็นว่าคดีมีมูลก็มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 17 ขณะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดล้มละลาย ปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดเด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว จึงเลยขั้นตอนที่ว่าคดีมีมูลหรือไม่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดผู้เป็นหุ้นส่วนดังกล่าวเด็ดขาดเช่นเดียวกับห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นได้โดยไม่ต้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวก่อน ผู้คัดค้านแสดงความจำนงต่อหุ้นส่วนอื่นขอถอนตัวออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดแต่ยังมิได้แก้ไขข้อความดังกล่าวทางทะเบียนจึงยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1070 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1077 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.17 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.89

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้ง และพิพากษาให้ล้มละลาย ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้ง ยื่นคำร้องว่าผู้คัดค้านเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านเด็ดขาด และพิพากษาให้ล้มละลายตามห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้งต่อไปตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๘๙ ผู้คัดค้านคัดค้านว่า ผู้คัดค้านขอถอนตัวออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดแล้ว หนี้สินของห้างหากมีก็ไม่ใช่หนี้สินของผู้คัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านเด็ดขาด ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๘๙ บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้ว เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอโดยทำเป็นคำร้องให้บุคคลซึ่งนำสืบได้ว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนนั้นล้มละลายได้ โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีขึ้นใหม่"คดีนี้เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้งแล้ว ผู้ร้องย่อมจะขอให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้งล้มละลายได้ตามบทกฎหมายดังกล่าวโดยไม่ต้องคำนึงว่าหนี้สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้ง เป็นหนี้สินของผู้คัดค้านหรือไม่และผู้คัดค้านมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ เพราะเมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้งผิดนัดชำระหนี้ ผู้คัดค้านย่อมต้องร่วมรับผิดในหนี้สินดังกล่าวโดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๗๐ และ ๑๐๗๗ ข้อที่ผู้คัดค้านฎีกาว่าได้แสดงความจำนงต่อหุ้นส่วนอื่นขอถอนตัวออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดแล้ว ผู้คัดค้านจึงไม่ต้องรับผิดในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้ง นั้น ผู้คัดค้านรับว่ายังมิได้แก้ไขข้อความดังกล่าวทางทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร จึงยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เจ้าหนี้หรือผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและกระทำการโดย สุจริตไม่ได้ ประการสุดท้ายข้อที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้ร้องมีสิทธิเพียงขอให้พิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านชั่วคราวไม่มีสิทธิขอให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวเป็นการไต่สวนคำขอของโจทก์ฝ่ายเดียวในชั้นแรกขณะเริ่มฟ้อง และเพียงแต่ศาลเห็นว่าคดีมีมูลก็มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวได้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๗ แต่คดีนี้ขณะที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านล้มละลายปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้งเด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายในเวลาต่อมาแล้วจึงเลยขั้นตอนที่ว่าคดีมีมูลหรือไม่ทั้งผู้คัดค้านต้องร่วมรับผิดในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้ง ผู้ร้องจึงขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของผู้คัดค้านเด็ดขาดเช่นเดียวกับห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้ง ได้ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสำนวนพอวินิจฉัยคดีได้ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของผู้คัดค้านโดยไม่ทำการไต่สวนต่อไปชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3013/2524 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้ง ผู้ร้อง นายวีระพล บุญไชยะ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดช่วงเซ้ง · ผู้คัดค้าน - นายวีระพล บุญไชยะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · จังหวัด แสงแข · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมงคล เปาอินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายยรรยง อิทธิพงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3888/2537ฎีกา 4790/2533ฎีกา 1470/2548ฎีกา 4411/2531ฎีกา 320/2538ฎีกา 3541/2566ฎีกา 94/2547ฎีกา 365-388/2548ฎีกา 2778/2552ฎีกา 901/2508ฎีกา 2445/2533ฎีกา 463/2537ฎีกา 7093/2545ฎีกา 4260/2536ฎีกา 1172/2521ฎีกา 2522/2517ฎีกา 400/2546ฎีกา 6470/2548ฎีกา 1399/2566ฎีกา 1880/2514ฎีกา 2454/2517ฎีกา 753/2526ฎีกา 599/2517ฎีกา 773/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา