⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5806-5807/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5806-5807/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของศาลต้องเป็นไปตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้เท่านั้น หากวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาท ถือว่าไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า ทรัพย์มรดกของ อ. มีเพียงใดและโจทก์ทั้งสองมีสิทธิได้รับมรดกหรือไม่ เพียงใด โดยมิได้กำหนดวิธีการแบ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ตามที่จำเลยให้การต่อสู้ ซึ่งก็ไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งคัดค้านการกำหนดประเด็นข้อพิพาท ดังนี้ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาคดีตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนด โดยวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของ อ. และโจทก์ทั้งสองมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งคนละหนึ่งในสิบส่วนครบตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้ ก็ย่อมไม่จำต้องวินิจฉัยถึงวิธีการแบ่งเพราะต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 อยู่แล้ว อีกทั้งก็มิได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ แม้ศาลล่างทั้งสองจะได้วินิจฉัยเกี่ยวกับวิธีการแบ่งตามที่จำเลยให้การต่อสู้มาด้วย ก็เป็นเรื่องวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาทและไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาฉะนั้น ข้อฎีกาของจำเลยย่อมถือมิได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องมีใจความทำนองเดียวกันว่า โจทก์ที่ 1 เป็นบุตรและเป็นผู้จัดการมรดกของนาวาอากาศตรีชัยสิทธิ์ชาครียรัตน์ โจทก์ที่ 2 และนาวาอากาศตรีชัยสิทธิ์เป็นบุตรของหลวงศรีราชรักษา กับนางอุบล ชาครียรัตน์ โจทก์ทั้งสองจึงเป็นทายาทของนางอุบล โดยโจทก์ที่ 1 มีสิทธิรับมรดกนางอุบลแทนที่นาวาอากาศตรีชัยสิทธิ์ โจทก์ที่ 1 มอบอำนาจให้นางจิรภาธาราวุฒิ ฟ้องและดำเนินคดีแทนจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางอุบลตามคำสั่งศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2533จนถึงปัจจุบันนางอุบลมีทรัพย์มรดกเท่าที่ทราบ 7 รายการรวมเป็นทรัพย์สินทั้งสิ้น 4,530,000 บาท ซึ่งนางอุบลมีทายาทรวมโจทก์ทั้งสองด้วยจำนวน 10 คน โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิได้รับมรดกคนละ 1ใน 10 ส่วน แต่จำเลยไม่ได้ดำเนินการแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทจนถึงปัจจุบัน โจทก์ทั้งสองเคยทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยแบ่งทรัพย์มรดกของนางอุบลส่วนอื่น ๆ ที่มิใช่ที่ดินให้โจทก์ทั้งสองคนละประมาณ 253,000 บาท และแบ่งที่ดินตามโฉนดเลขที่ 10328 ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี อีกคนละ 1 ใน 10 ส่วน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การทั้งสองสำนวนทำนองเดียวกันว่า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยดำเนินการแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่10328 ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรีให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ 1 ใน 10 ส่วน สำหรับวิธีการแบ่งให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า การแบ่งทรัพย์มรดกส่วนหนึ่งของนางอุบล ชาครียรัตน์ เจ้ามรดก คือที่ดินโฉนดเลขที่10328 ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรีต้องดำเนินการตามคำสั่งของนางอุบลและทายาททุกคนก็ตกลงให้ปฏิบัติตามคือให้นำออกขายแล้วแบ่งเงินให้แก่ทายาททุกคนนั้นเห็นว่าสำหรับที่ดินมรดกแปลงนี้ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกทำการแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละหนึ่งในสิบส่วน จำเลยให้การต่อสู้ว่า ส่วนมรดกที่โจทก์ที่ 1 มีสิทธิได้รับไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วน และการแบ่งส่วนที่ดินมรดกให้แก่โจทก์ทั้งสองกระทำมิได้ ต้องใช้วิธีนำออกขายทั้งแปลงแล้วแบ่งเงินกันเท่านั้นปรากฏว่าศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า ทรัพย์มรดกของนางอุบลมีเพียงใด และโจทก์ทั้งสองมีสิทธิได้รับมรดกหรือไม่เพียงใด โดยมิได้กำหนดวิธีการแบ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ตามที่จำเลยให้การต่อสู้ ซึ่งก็ไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งคัดค้านการกำหนดประเด็นข้อพิพาท ดังนี้ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาคดีตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดโดยวินิจฉัยว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 10328 ดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของนางอุบลและโจทก์ทั้งสองมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งคนละหนึ่งในสิบส่วนครบตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้ก็ย่อมไม่จำต้องวินิจฉัยถึงวิธีการแบ่งเพราะต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 อยู่แล้ว อีกทั้งก็มิได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ดังนี้ แม้ศาลล่างทั้งสองจะได้วินิจฉัยเกี่ยวกับวิธีการแบ่งตามที่จำเลยให้การต่อสู้มาด้วย ก็เป็นเรื่องวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาทและไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาฉะนั้น ข้อฎีกาของจำเลยย่อมถือมิได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5806 - 5807/2544 นาย วุฒิ ชาครียรัตน์ กับพวก โจทก์ พลอากาศเอก ชัยศาสตร์ ชาครียรัตน์ จำเลย ในฐานะผู้จัดการมรดกของ จำเลย นาง อุบล ชาครียรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย วุฒิ ชาครียรัตน์ กับพวก · จำเลย - พลอากาศเอก ชัยศาสตร์ ชาครียรัตน์ · จำเลย - ในฐานะผู้จัดการมรดกของ · จำเลย - นาง อุบล ชาครียรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย จุลนิติ์ · อำนวย เต้พันธ์ · ชวลิต ตุลยสิงห์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3099/2524ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ