⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6331/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6331/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้องเป็นเหตุให้จำนวนภาษีขายคลาดเคลื่อนไป ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 (4) การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินที่ไม่ชอบเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้องเป็นเหตุให้จำนวนภาษีขายคลาดเคลื่อนไป จำเลยจึงต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 (4) และการกระทำของจำเลยดังกล่าวมิใช่เป็นการมิได้ทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนดหรือรายงานอื่นตามที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา 87/1 หรือมีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบ อันจะทำให้ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีซึ่งคำนวณจากฐานภาษีที่มิได้ทำรายงานหรือมิได้ลงรายการในรายงานให้ถูกต้องตามมาตรา 89 (10) การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 29 ประกอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) และมาตรา 246

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลรัษฎากร ม.89 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.29

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในหนี้ค่าภาษีจำนวน ๗๒,๙๑๗,๕๓๖.๐๖ บาท แก่โจทก์ พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนในค่าภาษีจำนวน ๓๘๑,๙๕๒.๒๙ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ไม่เกิน ๙,๕๔๘.๘๑ บาท จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินภาษีอากรจำนวน ๗๒,๘๒๘,๔๑๓.๘๖ บาท พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน ๓๘๑,๙๕๒.๒๙ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่เงินเพิ่มที่คำนวณใหม่ต้องไม่เกิน ๙,๕๔๘.๘๑ บาท คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ว่า การที่ศาลภาษีอากรกลาง วินิจฉัยให้จำเลยทั้งสองต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๙ (๑๐) เพียงอนุมาตราเดียวเป็นการชอบหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ในเดือนตุลาคม ๒๕๓๖ จำเลยที่ ๑ ได้ขายสินค้ากระดาษในราคาต่ำกว่าราคาต้นทุนสินค้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นเหตุให้ยอดขายสินค้าที่จำเลยที่ ๑ แสดงไว้ต่ำไปเป็นเงิน ๑,๒๗๓,๑๗๔.๒๙ บาท คิดเป็นภาษีขายจำนวน ๘๙,๑๒๒.๒๐ บาท เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์จึงประเมินให้จำเลยที่ ๑ ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมเป็นเงิน ๘๙,๑๒๒.๒๐ บาท เบี้ยปรับตามมาตรา ๘๙ (๔) และ (๑๐) จำนวน ๒๖๗,๓๖๖.๖๐ บาท และเงินเพิ่ม ๘๙,๑๒๒.๒๐ บาท รวม ๔๔๕,๖๑๑ บาท เห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้องอันเป็นเหตุให้จำนวนภาษีขายในเดือนภาษีตุลาคม ๒๕๓๖ คลาดเคลื่อนไป จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๙ (๔) และการกระทำของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวมิใช่เป็นกรณีมิได้ทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนดหรือรายงานอื่นตามที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๘๗/๑ หรือมีสินค้าขาดจากรายงาน สินค้าและวัตถุดิบ อันจะทำให้ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีซึ่งคำนวณจากฐานภาษีที่มิได้ทำรายงานหรือมิได้ลงรายการในรายงานให้ถูกต้องตามมาตรา ๘๙ (๑๐) ดังที่เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้ทำการประเมิน ดังนั้น จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับเพียงหนึ่งเท่าของจำนวนภาษีขายที่แสดงไว้ขาดไปตามมาตรา ๘๙ (๔) เท่านั้น ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ แต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกา ย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๒๙ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๕) และมาตรา ๒๔๖ การประเมินของ เจ้าพนักงานประเมินในส่วนนี้จึงไม่ชอบ ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับตามมาตรา ๘๙ (๑๐) นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินภาษีอากรจำนวน ๗๒,๗๓๙,๒๙๑.๖๖ บาท พร้อมเงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน ๓๘๑,๙๕๒.๒๙ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่เงินเพิ่มที่คำนวณใหม่ต้องไม่เกิน ๙,๕๔๘.๘๑ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6331/2544 กรมสรรพากร โจทก์ บริษัทเจริญอักษรไฟน์เปเปอร์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - บริษัทเจริญอักษรไฟน์เปเปอร์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · สบโชค สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นางเกดแก้ว หว่างอุ่น · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13043/2557ฎีกา 1891/2551ฎีกา 3405/2537ฎีกา 6370-6371/2550ฎีกา 1207/2542ฎีกา 576/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา