คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6934/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สถาบันการเงินมีสิทธิคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับกรณีทั่วไปได้ แต่ต้องไม่เกินอัตราสูงสุดที่รัฐมนตรีกำหนดตามกฎหมายเฉพาะที่ใช้บังคับกับสถาบันการเงินนั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เป็นสถาบันการเงินจึงต้องใช้ พ.ร.บ. ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 มาใช้บังคับ บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวให้สิทธิสถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปีได้ แต่ไม่ให้เกินกว่าอัตราสูงสุดที่รัฐมนตรีกำหนด โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองเกินร้อยละ 15 ต่อปีได้ หาเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ย- เกินอัตรา พ.ศ. 2475 ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523 ม.3 พระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523 ม.4 พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ม.3
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 1,123,428.19 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 ต่อปี ของต้นเงิน 905,994.43 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จ หากไม่ชำระให้บังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 3714 ตำบลหนองค้างพลู อำเภอหนองแขม กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างและยึดหรืออายัดทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้จนครบถ้วน
จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ตามคำฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งว่า จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินโจทก์ซึ่งประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์เป็นเงิน 940,000 บาท และได้รับเงินไปแล้ว 910,000 บาท โดยยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี และในอัตราสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บได้ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและตามพระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์เป็นสถาบันการเงินจึงต้องใช้พระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 มาใช้บังคับ บทบัญญัติของกฎหมาย ดังกล่าวให้สิทธิสถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปีได้ แต่ไม่ให้เกินกว่าอัตราสูงสุดที่รัฐมนตรีกำหนดดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองร้อยละ 15 ต่อปีได้ หาเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ไม่
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,123,428.19 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 905,994.43 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนถึงชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6934/2544
ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์
นายสมเกียรติ เทศกระทึก กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายสมเกียรติ เทศกระทึก กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · สบโชค สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายธีรพล จันทวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา