⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4056/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4056/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อกำหนดเรื่องอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ในสัญญากู้ย่อมตกเป็นโมฆะ แต่โจทก์ยังคงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีได้นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกู้เงินโจทก์ สัญญากู้เงินมีข้อความระบุอัตราดอกเบี้ยไว้ร้อยละ 18 ต่อปี ซึ่งเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ข้อกำหนดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ย่อมมีผลให้โจทก์หมดสิทธิที่จะเรียกเอาดอกเบี้ยตามสัญญาได้ อย่างไรก็ดีสัญญากู้มิได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ ฉะนั้น หลังจากที่โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบเพื่อทำการชำระหนี้ตามสัญญาแล้วจำเลยยังคงเพิกเฉยมิได้ปฏิบัติตามคำเรียกร้องของโจทก์ ในกรณีเช่นนี้จำเลยได้ชื่อว่าผิดนัดแล้ว ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นไปโจทก์ชอบที่จะเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีเอาแก่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.654 พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ 30,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ15 ต่อปี โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน นับแต่กู้เงินไปจำเลยที่ 1 ไม่เคยชำระดอกเบี้ยเลย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้ค้ำประกันลายมือชื่อในสัญญาค้ำประกันเป็นลายมือปลอม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระต้นเงินพร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1 มีข้อความระบุอัตราดอกเบี้ยไว้ร้อยละ 18 ต่อปี ซึ่งเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ ข้อกำหนดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ย่อมมีผลให้โจทก์หมดสิทธิที่จะเรียกเอาดอกเบี้ยตามสัญญาได้ อย่างไรก็ดีสัญญากู้มิได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ ฉะนั้นหลังจากที่โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบเพื่อทำการชำระหนี้ตามสัญญาแล้ว จำเลยยังคงเพิกเฉยมิได้ปฏิบัติตามคำเรียกร้องของโจทก์ ในกรณีเช่นนี้จำเลยได้ชื่อว่าผิดนัดแล้ว ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นไปโจทก์ชอบที่จะเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีเอาแก่จำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4056/2528 นางทับ แก้วสงค์ โจทก์ นายณรงฤทธิ์ มีสุวรรณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทับ แก้วสงค์ · จำเลย - นายณรงฤทธิ์ มีสุวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ทวี กสิยพงศ์ · เสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5291/2540ฎีกา 6236/2551ฎีกา 2826/2536ฎีกา 1962/2548ฎีกา 570/2549ฎีกา 2546/2524ฎีกา 1912/2540ฎีกา 2074/2545ฎีกา 1462/2565ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 170/2546ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 3414/2541ฎีกา 4623/2540ฎีกา 3191/2547ฎีกา 567/2536ฎีกา 1783/2551ฎีกา 4225/2529ฎีกา 2843/2546ฎีกา 2384/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา