คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย เป็นความผิดตามกฎหมาย และการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ดังกล่าว ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดแต่การใช้เช็ค หากโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินตามเช็คนั้น
ย่อคำพิพากษา
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ร่วมได้เรียกร้องเอาดอกเบี้ยจำนองเกินจากที่กำหนดในสัญญา เรียกเอาประโยชน์เพิ่มนอกจากดอกเบี้ยที่ต้องเสีย และเป็นเรื่องดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย อันเป็นความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา และจำเลยได้ออกเช็คแก่โจทก์เพื่อชำระเงินดังกล่าว แม้ธนาคารจะไม่มีเงินพอจ่ายให้ตามเช็คเมื่อโจทก์ไปรับเงินนั้นก็ดี จำเลยก็ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดแต่การใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 เพราะโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะทำได้ และไม่มีสิทธิเรียกร้องบังคับให้ใช้เงินจำนวนตามเช็คนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3 พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ม.3 พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ม.4
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น และออกเช็คในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ ตามพระราชบัญญัติอันว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓
จำเลยให้การต่อสู้ ว่าเป็นมูลหนี้ดอกเบี้ยเกินกฎหมาย ผู้เสียหายไม่มีสิทธิจะเรียกร้องให้ชำระด้วยเหตุมูลหนี้นี้เป็นโมฆะ
ศาลอาญาพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้แม้จำเลยรับว่าได้ออกเช็คไม่มีเงินก็จริง ถ้ามูลหนี้ไม่มีหรือมีแต่เป็นการผิดกฎหมาย เช็คที่ออกให้แก่กันก็ไม่มีที่จะใช้บังคับ และเมื่อมูลหนี้บังคับกันไม่ได้แล้วจะบังคับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คไม่ได้เช่นเดียวกันคดีเรื่องนี้มีมูลว่าเป็นเรื่องคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา จึงพิพากษายกฟ้อง
จำเลยและโจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ให้จำคุก ๖ เดือน
โจทก์ร่วมฎีกาในลงโทษหนักกว่านี้
จำเลยฎีกว่าว่ามูลหนี้ตามเช็ครายพิพาทเป็นเรื่องโจทก์ร่วมเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมาย
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า เช็ครายพิพาทหมาย จ.๑ จ. ๒ เป็นหนี้เกิดจากโจทก์ร่วมเรียกร้องเอกดอกเบี้ยจำนองเกินจากที่กำหนดในสัญญา และเรียกเอาประโยชน์เพิ่มนอกจากดอกเบี้ยที่ต้องเสีย ทั้งดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยเช่นนี้ ย่อมเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. ๒๔๗๕ มาตรา ๓ และมาตรา ๔ การที่โจทก์ร่วมใช้สิทธิเอาเช็ครายพิพาทไปยื่นต่อธนาคารเพื่อให้จ่ายเงินตามเช็ค ซึ่งมีมูลหนี้โดยผิดกฎหมายร่วมอยู่เพื่อให้ได้เงินตามเช็ค เป็นการประทำผิดอาญาแล้ว โจทก์ร่วมย่อมไม่มีสิทธิจะทำได้ และไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องบังคับให้ใช้เงินจำนวนตามเช็คนั้นได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดแต่การใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2505
พนักงายอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายอมร อมรกุล จ.รวม
นายสมพงษ์ เชาวน์ประเสริฐ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงายอัยการ กรมอัยการ · จ.รวม - นายอมร อมรกุล · จำเลย - นายสมพงษ์ เชาวน์ประเสริฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พจน์ ปุษปาคม · ไชยเจริญ สันติศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายฉลาด ไชยชาญ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เกษคุปต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา