⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3421/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3421/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้ทรงเช็คที่สั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ ย่อมโอนให้แก่กันได้โดยการส่งมอบ และผู้ทรงที่ได้รับเช็คคืนมา ย่อมมีสิทธิบังคับเอาแก่ผู้ที่มีความผูกพันอยู่แล้วก่อนตน * การไม่มีอำนาจฟ้องคดีอาญา ไม่ทำให้เสียสิทธิในการฟ้องคดีแพ่ง * ผู้ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็ค ถือเป็นผู้สลักหลัง และต้องรับผิดต่อผู้ทรง * หนี้เงินตามเช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จะคิดดอกเบี้ยได้ตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน

ย่อคำพิพากษา

เช็คพิพาทเป็นเช็คอันสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ ย่อมโอนให้แก่กันได้โดยการส่งมอบ เมื่อโจทก์ได้รับเช็คพิพาทไว้ในครอบครอง โจทก์จึงเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 ถึงแม้โจทก์จะสลักหลังโอนเช็คให้ ป. และ ป. นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารไม่ได้ ซึ่งถือว่า ป. เป็นผู้เสียหายในขณะที่เช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงินก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้รับเช็คพิพาทคืนมา โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้ทรงในการที่จะบังคับเอาแก่ผู้ที่มีความผูกพันอยู่แล้วก่อนตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 967 ประกอบกับมาตรา 989 การที่โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีอาญา หาทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีแพ่งไปด้วยไม่ จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ที่ด้านหลังเช็ค ย่อมเป็นผู้สลักหลังเมื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังอยู่ก่อนโจทก์ก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ หนี้เงินตามเช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น จะคิดดอกเบี้ยได้ตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินซึ่งถือว่าจำเลยตกเป็นผู้ผิดนัด จะคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ลงในเช็คหาได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 901/2505)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.967 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาบางกะปิอันเป็นเช็คชนิดออกให้แก่ผู้ถือ โดยจำเลยที่ ๑ ลงลายมือชื่อในฐานะผู้สั่งจ่ายมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้สลักหลัง เพื่อชำระหนี้ให้แก่บุคคลผู้มีชื่อ และผู้มีชื่อนำมาชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนด โจทก์ได้นำเช็คไปเข้าบัญชีเงินฝากของตัวแทนโจทก์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด เพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๒๒ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายและต่อสู้ในข้ออื่นอีก ขอให้พิพากษายกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ไม่เคยสลักหลังเช็คพิพาทลายมือสลักหลังเป็นลายมือปลอม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามฟ้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คไม่มีอำนาจฟ้องและจำเลยที่ ๒ ไม่ได้สลักหลังเช็คพิพาท ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คอันสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือย่อมโอนให้แก่กันได้โดยการส่งมอบ เมื่อโจทก์ได้รับเช็คพิพาทไว้ในครอบครอง โจทก์จึงเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๔ ถึงแม้โจทก์จะสลักหลังโอนเช็คให้นายประสิทธิ์ และนายประสิทธิ์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารไม่ได้ ซึ่งถือว่านายประสิทธิ์เป็นผู้เสียหายในขณะที่เช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงินโจทก์มิใช่ผู้เสียหาย แต่เมื่อโจทก์ได้รับเช็คพิพาทคืนมา โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้ทรงในการที่จะบังคับเอาแก่ผู้ที่มีความผูกพันอยู่แล้วก่อนตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๖๗ ประกอบกับ มาตรา ๙๘๙ การที่โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีอาญา หาทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีแพ่งด้วยไม่ จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อไว้ที่ด้านหลังเช็คพิพาท ย่อมเป็นผู้สลักหลัง เมื่อจำเลยที่ ๒ เป็นผู้สลักหลังอยู่ก่อนโจทก์ ก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ข้อที่อ้างว่าจำเลยที่ ๒ เขียนข้อความว่าเป็นพยานในการรับเงินค่าลูกรังของนางกาญจนา จึงไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้สลักหลังนั้น มิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ไม่รับวินิจฉัย แต่ที่ศาลล่างพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์นับแต่วันที่เช็คพิพาทถึงกำหนดใช้เงินนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า เพิ่มมีการนำเช็คไปขอรับเงินและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๒๒ ก่อนหน้านั้นจำเลยไม่ตกเป็นผู้ผิดนัด โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๙๐๑/๒๕๐๕ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็คให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๒๒ ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3421/2525 นายเอี่ยมฮุย ไพโรจน์กิจถาวร โจทก์ นางกาญจนา นุตจรัส กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเอี่ยมฮุย ไพโรจน์กิจถาวร · จำเลย - นางกาญจนา นุตจรัส กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · นิยม ติวุตานนท์ · ประสาท บุณยรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเคียง บุญเพิ่ม · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต นราลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 610/2520ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 5603/2542ฎีกา 1781/2509ฎีกา 312/2531ฎีกา 1195/2535ฎีกา 425/2520ฎีกา 698/2537ฎีกา 4225/2529ฎีกา 4873/2528ฎีกา 18343/2556ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 3329/2550ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 270/2496ฎีกา 2794/2526ฎีกา 1776/2541ฎีกา 7633/2550ฎีกา 4282/2536ฎีกา 75/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา