⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2453/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2453/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ถูกเลิกจ้างโดยจำเลย ถือว่าได้วินิจฉัยในประเด็นที่จำเลยต่อสู้ไว้แล้วว่าโจทก์ลาออกเอง ค่าจ้างที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้างเนื่องจากการเลิกจ้างโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ไม่ถือเป็นค่าจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จึงต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปีตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ค่าชดเชยและค่าเสียหายเกิดขึ้นทันทีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ได้จ่ายเงินดังกล่าวให้ลูกจ้าง และถือว่านายจ้างผิดนัดนับแต่นั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างที่ค้างค่าจ้างในการที่ไม่บอกเลิกจ้างล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อน ค่าชดเชย ค่าเสียหายและเงินที่โจทก์ออกทดรองไปก่อน จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ได้ไล่โจทก์ออกจากงานแต่โจทก์ลาออกเอง เนื่องจากทราบว่าจำเลยกำลังจะดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ในข้อหายักยอก โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชย ค่าเสียหายและค่าจ้างที่ไม่บอกเลิกจ้างล่วงหน้า ศาลแรงงานกลางจึงตั้งประเด็นวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ออกจากบริษัทจำเลยนั้นเป็นเพราะจำเลยเลิกจ้างโจทก์หรือว่าโจทก์ลาออกเอง แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยไล่โจทก์ออก มิใช่โจทก์ลาออกเอง ดังนี้ จะถือว่าศาลมิได้วินิจฉัยในประเด็นที่จำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้เลยหาได้ไม่ เอกสารเรื่องเงินที่โจทก์ทดรองจ่ายเป็นเพียงภาพถ่ายอันเป็นสำเนาเอกสาร จำเลยแถลงไม่รับรองความถูกต้อง โจทก์มิได้แถลงว่าต้นฉบับมีอยู่หรือไม่ อยู่ที่ใด เหตุใดโจทก์จึงไม่อ้างมาแสดงต่อศาล ดังนี้ ไม่อาจรับฟังเอกสารดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 ค่าจ้างที่จำเลยต้องจ่ายให้โจทก์เนื่องจากเลิกจ้างโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 มิใช่ค่าจ้างตามบทนิยามในข้อ 2 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ จำเลยจึงไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีตามข้อ 31 แต่ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 46 และค่าเสียหายตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 เกิดขึ้นในทันทีที่นายจ้างเลิกจ้างเมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้จ่ายเงิน 2 จำนวนนี้แก่โจทก์ ก็ย่อมได้ชื่อว่าผิดนัดแต่นั้นจึงต้องเสียดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ในอัตราร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.30 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.51

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ แล้วจำเลยไม่จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลาง ศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ ต่อมาจำเลยบังคับให้โจทก์ลาออกเนื่องจากเหตุที่โจทก์ฟ้องจำเลย โจทก์ไม่ยอมลาออกจำเลยจึงบอกว่าไม่ต้องมาทำงานอีก ถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโจทก์ และเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย การที่จำเลยเลิกจ้างนี้จำเลยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า และไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย ระหว่างที่โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยโจทก์ได้จ่ายเงินทดรองไปในกิจการของจำเลย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างที่ไม่ได้บอกเลิกจ้างล่วงหน้า ๘,๘๙๓ บาท ค่าชดเชย ๒๐,๐๑๐ บาท และค่าเสียหาย ๔๐,๐๐๐ บาท กับเงินที่โจทก์ออกทดรองไปก่อน ๕,๒๗๒ บาท และโจทก์ขอคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากจำนวนเงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับ นับแต่วันที่มีสิทธิได้รับจนกว่าจำเลยจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ไล่โจทก์ออกจากงาน โจทก์ลาออกเองเนื่องจากทราบว่าจำเลยกำลังดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชย ค่าเสียหายและค่าจ้างที่ไม่ได้บอกเลิกจ้างล่วงหน้า สำหรับเงินทดรองนั้น จำเลยไม่ทราบและไม่รับรองว่าโจทก์ได้จ่ายไปจริงหรือไม่ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยไล่โจทก์ออกจากงาน เป็นการเลิกจ้างตามข้อ ๔๖ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ เมื่อไม่ปรากฏว่าได้บอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยจึงต้องรับผิดในค่าจ้างสำหรับการนี้ จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ว่าเหตุใดจึงเลิกจ้างโจทก์ รวมทั้งเหตุที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย จึงฟังได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา ๔๙ และจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ตามข้อ ๔๖ แห่งประกาศดังกล่าว และเชื่อว่าโจทก์ได้ออกเงินทดรองไป จำเลยจึงต้องรับผิด ค่าจ้างโจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยร้อยละสิบห้าต่อปีตามประการกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ ๓๑ ส่วนค่าชดเชย ค่าเสียหายและเงินใช้คืนเงินทดรองนั้น โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้เพียงร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามมาตรา ๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างที่ไม่ได้บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า ๘,๘๙๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ชำระค่าชดเชย ๒๐,๐๐๐ บาทกับค่าเสียหาย ๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ชดใช้เงินทดรองจ่าย ๕,๒๗๒ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยให้การต่อสู้คดีแต่เพียงว่า จำเลยไม่ได้ไล่โจทก์ออกจากงาน แต่โจทก์ลาออกเองเนื่องจากทราบว่าจำเลยกำลังดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ในข้อหาว่ายักยอกเงินของจำเลยไป โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชย ค่าเสียหาย และค่าจ้างที่ไม่ได้บอกเลิกจ้างล่วงหน้า ศาลแรงงานกลางจึงตั้งประเด็นวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ออกจากบริษัทจำเลยนั้นเป็นเพราะจำเลยเลิกจ้างโจทก์ดังที่โจทก์กล่าวอ้างหรือว่าเพราะโจทก์ลาออกเองดังที่จำเลยให้การ แล้ววินิจฉัยประเด็นนี้โดยฟังข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวอ้างของโจทก์ว่า จำเลยไล่โจทก์ออกจากบริษัทจำเลย มิใช่ว่าโจทก์ลาออกเองดังที่จำเลยให้การต่อสู้ ดังนี้ จะถือว่าศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยในประเด็นที่จำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้เคยหาได้ไม่ เอกสารเรื่องเงินที่โจทก์ทดรองจ่าย โจทก์ระบุเป็นพยานเพิ่มเติมเมื่อเสร็จการสืบพยานโจทก์แล้ว โดยระบุไว้ในบัญชีพยานว่า สำเนาเอกสารของจำเลยพร้อมคำแปลมีอยู่ที่โจทก์ จำเลยแถลงไม่รับรองความถูกต้องของเอกสาร เมื่อจำเลยไม่ตกลงด้วยว่าสำเนาเอกสารนี้ถูกต้องแล้ว โจทก์ก็มิได้แถลงว่าต้นฉบับของเอกสารนี้มีอยู่หรือไม่ อยู่ที่ใด เหตุใดโจทก์จึงไม่อ้างมาแสดงต่อศาล ดังนั้น ศาลจึงไม่อาจรับฟังเอกสารซึ่งเป็นเพียงสำเนาคือภาพถ่ายเป็นพยานหลักฐานได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๓ คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยรับผิดชดใช้เงินจำนวนนี้ก็เพราะอาศัยเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐาน เมื่อเอกสารนั้นต้องห้ามมิให้รับฟังเสียแล้ว จึงไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่จะวินิจฉัยให้จำเลยรับผิดชดใช้ให้โจทก์อีก ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๓๑ วรรคแรกมีความว่า "ถ้านายจ้างผิดนัด ในการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุด ให้นายจ้างจ่ายดอกเบี้ยแก่ลูกจ้างในระหว่างผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี" ค่าจ้างซึ่งจำเลยต้องจ่ายให้โจทก์เนื่องจากเลิกจ้างโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้านั้น ไม่ใช่ค่าจ้างตามบทนิยามนี้ หากแต่เป็นสินจ้างซึ่งนายจ้างจะต้องจ่ายแก่ลูกจ้างเป็นกรณีพิเศษตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒ เมื่อจำเลยมิได้จ่ายให้ในเวลาที่เลิกสัญญา จึงต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตามมาตรา ๒๒๙ ในอัตราร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ค่าชดเชยและค่าเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานและพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ เป็นหนี้เงินซึ่งเกิดขึ้นในทันทีที่นายจ้างเลิกจ้าง เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้จ่ายเงิน ๒ จำนวนนี้แก่โจทก์ ก็ย่อมได้ชื่อว่าผิดนัดนับแต่นั้น จึงต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๔ ในอัตราร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นว่า ดอกเบี้ยสำหรับค่าจ้างที่ไม่ได้บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า ๘,๔๙๓ บาทนั้น ให้จำเลยชำระในอัตราร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี และที่ให้จำเลยชดใช้เงินทดรองจ่าย ๕,๒๗๖ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์นั้นให้ยกเสีย นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2453/2523 นางปัทมา นรินทรเดชา โจทก์ บริษัท แอร์โก แทรเวล แอนด์คาร์โก จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปัทมา นรินทรเดชา · ล. - บริษัท แอร์โก แทรเวล แอนด์คาร์โก จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ชุ่มวัฒนะ · ภิญโญ ธีรนิติ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชวลิต พรายภู่ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1342/2509ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1302/2535ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1250/2517ฎีกา 8087/2543ฎีกา 590/2521ฎีกา 486/2492ฎีกา 8727/2544ฎีกา 2658/2521ฎีกา 827/2560
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา