คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6935/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคุมขังผู้ต้องหาในระหว่างการพิจารณาของศาล เป็นอำนาจของศาล และเป็นคนละขั้นตอนกับการคุมขังในระหว่างการขอฝากขังของพนักงานสอบสวน
ย่อคำพิพากษา
ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ การขอฝากขังของพนักงานสอบสวนต่อศาลชั้นต้นได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้องแล้ว การคุมขังผู้ร้อง ในระหว่างการพิจารณาของศาลย่อมเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาล และการคุมขังในระหว่างการพิจารณาของศาล ย่อมเป็นการดำเนินการคนละขั้นตอนกับการคุมขังในระหว่างการขอฝากขังของพนักงานสอบสวน เมื่อการคุมขังในขั้นตอนของการฝากขังตามคำร้องของพนักงานสอบสวนได้สิ้นสุดไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลฎีกาไม่สามารถจะสั่ง ตามคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวผู้ร้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 90 ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๔๓ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลลาดใหญ่ ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ร้องทั้งสามเนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ร้องทั้งสามไว้ตั้งแต่วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๓ ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ ตามคดีหมายเลขดำที่ พ. ๑๘๑/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้น
ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งสามถูกจับโดยไม่มีหมายจับและมิได้มีการแจ้งข้อหา ทั้งไม่ใช่กรณีที่ เจ้าพนักงานตำรวจจะจับได้โดยไม่มีหมายจับ ผู้ร้องทั้งสามถูกควบคุมตัวหลังจากนั้น และเจ้าพนักงานตำรวจยังทำร้ายผู้ร้องที่ ๑ เพื่อการรับสารภาพอีกด้วย การจับและคุมขังผู้ร้องทั้งสามจึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจคุมขังผู้ร้องทั้งสาม ขอให้มีคำสั่งปล่อยตัวผู้ร้องทั้งสามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๔๐ ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา ๙๐
ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนฝ่ายเดียวแล้วมีคำสั่งว่า คดีไม่มีพยานหลักฐานให้ฟังได้ว่า การจับกุม การควบคุมตัวและการสอบสวนผู้ร้องทั้งสามไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด คำร้องของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้น ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน
ผู้ร้องทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏข้อเท็จจริงตามท้องสำนวนว่า ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๗ การขอฝากขังของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลลาดใหญ่ตามคดีหมายเลขดำที่ พ. ๑๘๑/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้น ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยพนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงครามได้ยื่นฟ้องผู้ร้องทั้งสามเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้น ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๖๘๙/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้อง การคุมขังผู้ร้องทั้งสามในระหว่างพิจารณาของศาลย่อมเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาล และการคุมขังในระหว่างการพิจารณาของศาล ย่อมเป็นการดำเนินการคนละขั้นตอนกับการคุมขังในระหว่างการขอฝากขังของพนักงานสอบสวน เมื่อปรากฏว่า การคุมขังในขั้นตอนของการขอฝากขังตามคำร้องของพนักงานสอบสวนได้สิ้นสุดไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลฎีกาไม่สามารถจะสั่งตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสามให้ได้ คดีไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะพิจารณาฎีกาของผู้ร้องทั้งสามต่อไป
ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6935/2544
นายวิรัตน์ พินดง กับพวก ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายวิรัตน์ พินดง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายพินิจ บุญชัด |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา