คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7050/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้
ย่อคำพิพากษา
ในคดีอาญา ปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยซึ่งศาลฎีกายกขึ้นเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 225 ประกอบด้วย มาตรา 195 วรรคสอง
โจทก์บรรยายฟ้องสรุปได้ว่าจำเลยจัดหางานให้แก่โจทก์ร่วม ซึ่งเป็นคนหางานเพื่อทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจำเลยหลอกลวงประชาชนทั่วไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จด้วยการประกาศโฆษณาและชักชวนว่าจำเลยสามารถจัดส่งคนงานไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งจะได้เงินเดือนอัตราสูง และจำเลยจัดส่งคนหางานไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นหลายคนแล้ว แต่ผู้สมัครจะต้องจ่ายเงินค่าบริการและค่าจัดส่งให้จำเลยจำนวนหนึ่ง ความจริงแล้วจำเลยไม่สามารถจัดส่งคนหางานให้ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นตามที่หลอกลวงไว้ เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอยู่ในตัวว่าจำเลยไม่มีเจตนาจัดหางานให้แก่โจทก์ร่วมและผู้เสียหาย คงมีแต่เจตนาหลอกลวงเพื่อจะได้รับเงินจากโจทก์ร่วมและ ผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๙๑ พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๐, ๘๒ ให้จำเลยคืนเงินแก่นายคำผลและนายสุพรรณ์คนละ ๒๑๐,๐๐๐ บาท และคืนเงินแก่นายจารึก ๑๖๐,๐๐๐ บาท
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณานายคำผลผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๔๑ พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครอง คนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง , ๘๒? ให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ร่วม ๒๑๐,๐๐๐ บาท และคืนเงินแก่นายจารึก ๑๖๐,๐๐๐ บาท ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยอุทธรณ์ขอให้กำหนดโทษใหม่ และรอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำหน่ายคดีสำหรับความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๔๑ คงจำคุกจำเลย ๓ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง, ๘๒ หรือไม่ แต่เห็นสมควรวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาที่ว่า ฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เสียก่อน เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งศาลฎีกายกขึ้นเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๒๕ ประกอบด้วย มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง แม้จะไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๔ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องสรุปได้ว่าจำเลยจัดหางานให้แก่โจทก์ร่วม นายสุพรรณ์และนายจารึก ซึ่งเป็นคนหางานเพื่อทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยจำเลยหลอกลวงประชาชนทั่วไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ด้วยการประกาศโฆษณาและชักชวนว่า จำเลยสามารถจัดส่งคนหางานไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งจะได้เงินเดือนอัตราสูง และจำเลยจัดส่งคนหางานไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นหลายคนแล้ว แต่ผู้สมัครจะต้องจ่ายเงินค่าบริการและค่าจัดส่งให้จำเลยจำนวนหนึ่ง ความจริงแล้วจำเลยไม่สามารถจัดส่งคนหางานให้ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นตามที่หลอกลวงไว้ เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอยู่ในตัวว่าจำเลยไม่มีเจตนาจัดหางานให้แก่โจทก์ร่วมและผู้เสียหายคงมีแต่เจตนาหลอกลวงเพื่อจะได้รับเงินจากโจทก์ร่วมและผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง, ๘๒ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหานี้มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง .
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7050/2544
พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์
นายคำผล สมพาล โจทก์ร่วม
นายสงบ ศรีชุมพล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · โจทก์ร่วม - นายคำผล สมพาล · จำเลย - นายสงบ ศรีชุมพล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หัสดี ไกรทองสุก · ชวลิต ศรีสง่า · ธาดา กษิตินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายเผด็จ ชมพานิชย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายชวลิต ชัยโชดก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา