คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7970/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาแฟ็กเตอริงเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องในการดำเนินการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ของจำเลยให้โจทก์ดำเนินการแทน โดยมีเงื่อนไขการรับผิดของผู้โอนและผู้รับโอนตามที่ตกลงกัน ซึ่งไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนและไม่เป็นโมฆะ
ย่อคำพิพากษา
สัญญาแฟ็กเตอริงระหว่างโจทก์กับจำเลยมีสาระสำคัญว่า จำเลยตกลงขายลดหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้ให้โจทก์ โดยโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดให้โจทก์รวมทั้งหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ โจทก์จะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้จำเลยไปก่อน เมื่อหนี้ที่ได้รับโอนถึงกำหนดชำระ โจทก์จะดำเนินการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ของจำเลยแทน เมื่อเรียกเก็บเงินได้ หักค่าใช้จ่ายแล้วมีเงินเหลือจะคืนให้จำเลย หากหนี้รายใดเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์พร้อมเบี้ยปรับ ส่วนลดและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ฯลฯ สัญญาดังกล่าวเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องในการดำเนินการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ ของจำเลยให้โจทก์ดำเนินการแทน เป็นสัญญาอย่างหนึ่งซึ่งคู่กรณีสามารถตกลงทำสัญญากันได้ ไม่เป็นการขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่เป็นโมฆะ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระหนี้ ๔,๒๙๙,๘๔๑.๒๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๔,๒๔๗,๔๗๕.๑๖ บาท นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยทำสัญญาแฟ็กเตอริงกับโจทก์ โดยมีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน เพราะโจทก์ได้ฟ้องลูกหนี้ที่โจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องไปจากจำเลยที่ ๑ แล้ว คือ คดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๘๐๖๔/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น และได้ฟ้องที่ศาลนี้อีกหลายคดี ซึ่งเป็นมูลหนี้เดียวกันกับคดีนี้ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องให้ลูกหนี้รับผิด เต็มจำนวนแล้ว โจทก์มีหน้าที่ต้องคืนเงินที่เรียกร้องจากลูกหนี้ที่โจทก์รับโอนไปตามข้อตกลงร้อยละ ๒๐ ของจำนวนเงิน ที่โจทก์จะได้รับ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งงดชี้สองสถาน งดสืบพยานและพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้ตกเป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
จำเลยทั้งสามฎีกา โดยศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถา
ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่า สัญญาแฟ็กเตอริงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ เป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาแฟ็กเตอริงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ มีสาระสำคัญว่า จำเลยที่ ๑ ตกลงขายลดหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้ให้โจทก์ โดย โอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดให้โจทก์รวมทั้งหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ โจทก์จะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้จำเลยที่ ๑ ไปก่อน เมื่อหนี้ที่ได้รับโอนถึงกำหนดชำระ โจทก์จะดำเนินการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ของจำเลยที่ ๑ แทน เมื่อเรียกเก็บเงินได้หักค่าใช้จ่ายแล้วมีเงินเหลือจะคืนให้จำเลยที่ ๑ หากหนี้รายใดเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดต่อโจทก์พร้อมเบี้ยปรับ ส่วนลดและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ฯลฯ เห็นว่า สัญญาแฟ็กเตอริงดังกล่าวเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องในการดำเนินการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ของจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์ดำเนินการแทน เป็นสัญญาอย่างหนึ่งซึ่งคู่กรณีสามารถตกลงทำสัญญากันได้ จึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่เป็นโมฆะ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยชอบแล้ว
พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แก่โจทก์ จำนวน ๑๐๗,๒๙๗ บาท ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7970/2544
บริษัทเอ็มบีเอฟ แฟคเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.เค.สตีล กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเอ็มบีเอฟ แฟคเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.เค.สตีล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุมิตร สุภาดุลย์ · สุทิน ปัทมราชวิเชียร · สมชัย เกษชุมพล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวงการ ช่วยพนัง · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายคมสัน ศรีทองสุก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา