⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8088-8089/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8088-8089/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความในมูลหนี้รายเดียวกันแล้ว สิทธิเรียกร้องในมูลหนี้นั้นย่อมระงับไปตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

มูลหนี้ตามเช็คทั้งสองสำนวนนี้เป็นมูลหนี้รายเดียวกันกับที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีแพ่งและศาลมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1ไปแล้ว ย่อมทำให้สิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ตามเช็คทั้งสองสำนวนนี้เป็นอันระงับไป โจทก์คงมีแต่สิทธิที่จะเรียกให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 เท่านั้น แม้จำเลยที่ 2จะมิได้ถูกฟ้องและยอมความในคดีแพ่งด้วยก็ตาม โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ตามเช็คพิพาทได้อีก เพราะมูลหนี้ดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อในเช็คพิพาทเพียงฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1กระทงละ 40,000 บาท ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 2 เดือนรวม 5 กระทง เป็นจำเลยที่ 1 ปรับ 200,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก10 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 100,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก5 เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลดโทษและรอการลงโทษ และอุทธรณ์ว่าสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไป จึงให้จำหน่ายคดีทั้งสองสำนวนออกเสียจากสารบบความ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า เช็คทั้ง 5 ฉบับ ที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่าย มีจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อในฐานะกรรมการบริษัทของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาทั้งสองสำนวนนี้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ชดใช้เงินตามเช็คต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีและโจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้มีการตกลงประนีประนอมยอมความศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคำพิพากษาตามยอมก่อนมีคำพิพากษาคดีนี้ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 178/2541 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1770/2541 ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คดีทั้งสองสำนวนนี้เป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คแล้วหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า มูลหนี้ตามเช็คทั้งสองสำนวนนี้เป็นมูลหนี้รายเดียวกันกับที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีแพ่ง และศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไปแล้ว ย่อมทำให้สิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ตามเช็คทั้งสองสำนวนนี้เป็นอันระงับไป โจทก์คงมีแต่สิทธิที่จะเรียกให้จำเลยที่ 1ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 เท่านั้น แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ถูกฟ้องและยอมความในคดีแพ่งด้วยก็ตาม โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ตามเช็คพิพาทได้อีกเพราะมูลหนี้ดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อในเช็คพิพาทเพียงฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 เท่านั้น ที่โจทก์ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่าสิทธิในการดำเนินคดีอาญายังไม่ระงับ เนื่องจากในสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงกันว่าโจทก์จะถอนฟ้องเมื่อจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว เห็นว่า การถอนฟ้องเป็นเพียงเหตุหนึ่งที่ทำให้สิทธิในการดำเนินคดีอาญาระงับไปเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าหนี้ที่ออกเช็คได้สิ้นผลผูกพันไปแล้วโดยการประนีประนอมยอมความก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีจึงเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 สิทธิของโจทก์ในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8088 - 8089/2544 บริษัท ยูไนเต็ดฟูดส์ จำกัด (มหาชน โจทก์ บริษัท เจ. เค. ยูไนเต็ด จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ยูไนเต็ดฟูดส์ จำกัด (มหาชน · จำเลย - บริษัท เจ. เค. ยูไนเต็ด จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · วิชา มั่นสกุล · ยงยศ นิสภัครกุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3888/2537ฎีกา 5282/2540ฎีกา 8080/2538ฎีกา 5923/2543ฎีกา 199/2537ฎีกา 3490/2548ฎีกา 387/2542ฎีกา 460/2537ฎีกา 766/2543ฎีกา 4800/2534ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 727/2567ฎีกา 6230/2544ฎีกา 5811/2533ฎีกา 566/2553ฎีกา 2600/2543ฎีกา 500/2506ฎีกา 672/2519ฎีกา 1892/2538ฎีกา 1280/2502ฎีกา 19/2504ฎีกา 953/2505ฎีกา 7568/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ