⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8093/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8093/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลกำหนดดอกเบี้ยเกินกว่าที่โจทก์ขอมาในฟ้อง แต่ไม่เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ ถือว่าไม่เกินคำขอหากเป็นการกำหนดตามพฤติการณ์แห่งคดีที่แสดงให้เห็นถึงการประวิงคดีโดยไม่สุจริต

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์ฟ้องขอให้ชำระดอกเบี้ยเพียงอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง แต่เมื่อพิจารณาถึงการดำเนินคดีของจำเลยซึ่งขอเลื่อนคดีหลายครั้งโดยอ้างว่าจะไปเจรจาตกลงกับโจทก์ เมื่อจำเลยไม่ได้ดำเนินการตามอ้างพฤติการณ์จึงส่อไปในทางไม่สุจริตในการสู้ความ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง จึงไม่เกินคำขอและเป็นอัตราที่เหมาะสมแก่รูปคดีชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 (6) แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งซื้อไม้แปรรูปจากโจทก์หลายครั้งหลายรายการ โจทก์ส่งมอบไม้แปรรูปแก่จำเลยครบแล้ว แต่จำเลยไม่ชำระราคา โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ผิดนัดจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 4,066.60 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 329,395.18 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 325,328.58 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ ไม่เคยสั่งซื้อไม้แปรรูปจากโจทก์และไม่เคยรับสินค้าจากโจทก์ ไม่เกี่ยวข้องกับจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้จำนวน 329,395.18 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 325,328.58 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 12 ธันวาคม 2540) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า การที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องนั้นเกินคำขอและไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 กำหนดห้ามมิให้ศาลพิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องและมีข้อยกเว้นไว้ใน 6 กรณี โดยเฉพาะตามมาตรา 142 (6) กำหนดข้อยกเว้นเกี่ยวกับดอกเบี้ยไว้ว่า "ในกรณีที่โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยซึ่งมิได้มีข้อตกลงกำหนดอัตราดอกเบี้ยกันไว้ เมื่อศาลเห็นสมควรโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดี ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้นกว่าที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามกฎหมาย แต่ไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องหรือวันอื่นหลังจากนั้นก็ได้" แม้คดีนี้โจทก์จะเรียกดอกเบี้ยเพียงอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงคำให้การของจำเลย การต่อสู้คดีมีการขอเลื่อนคดีหลายครั้งโดยอ้างเหตุว่าจะไปเจรจาตกลงกับโจทก์ จำเลยก็ไม่ได้ดำเนินการตามอ้าง พฤติการณ์ส่อไปในทางไม่มีเหตุสมควรและไม่สุจริตในการสู้ความ ฉะนั้น การที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องชอบด้วยบทมาตราดังกล่าวจึงไม่เกินคำขอและเป็นอัตราที่เหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกข้อ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8093/2544 บริษัทเอราวัณเอ็นเตอร์ไพรส์ (1994) จำกัด โจทก์ บริษัทลิฟวิ่งสแตนดาร์ด กรุ๊ป จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอราวัณเอ็นเตอร์ไพรส์ (1994) จำกัด · จำเลย - บริษัทลิฟวิ่งสแตนดาร์ด กรุ๊ป จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · เดิมพัน จรรยามั่น · สมชัย เกษชุมพล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางสมพร พงษ์สุภาพ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายทวี เนียมประดิษฐ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา