⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9054/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9054/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดขึ้นทันทีโดยไม่มีเวลาวางแผนหรือไตร่ตรอง ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายกับจำเลยทั้งสองดื่มสุราด้วยกันแล้วผู้ตายพูดจาพาดพึงถึงมารดาจำเลยทั้งสอง เป็นเหตุให้จำเลยทั้งสองโกรธและตกลงจะฆ่าผู้ตายในขณะนั้นทันที โดยจำเลยที่ 1 หยิบฉวยได้ไม้ของกลางที่อยู่ในบริเวณนั้น และจำเลยที่ 2 ได้พกมีดปลายแหลมไปด้วย และพาผู้ตายไปฆ่าที่ใต้สะพาน เป็นการกระทำต่อเนื่องไม่ขาดตอนโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมีเวลาวางแผนหรือไตร่ตรองแต่ประการใด เพียงแต่จำเลยทั้งสองพาผู้ตายไปฆ่าในที่ลับตาคนเท่านั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงถือไม่ได้ว่าได้กระทำความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ปัญหาว่าการฆ่าผู้ตายไม่เป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ที่มิได้ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 213 ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 83, 288, 289 ริบของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4), 83 วางโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 1รับสารภาพและจำเลยที่ 2 รับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ประกอบมาตรา 52 ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 2 หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 50 ปี จำเลยที่ 2 จำคุกตลอดชีวิต ริบท่อนไม้ของกลาง คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้เป็นที่ยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันใช้ไม้และมีดปลายแหลมเป็นอาวุธตีฟันและแทงนายทองย้อย สวนตะโกผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2มีว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะหรือไม่และเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีนายเรืองคละรัมย์ ผู้ร่วมดื่มสุรากับจำเลยทั้งสองและผู้ตายเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายกับจำเลยทั้งสองและนายเรืองดื่มสุราด้วยกัน ผู้ตายเคยเป็นสามีของจำเลยที่ 2 เมื่อผู้ตายเมาสุราขอคืนดีกับจำเลยที่ 2เกิดโต้เถียงกัน และมีการพูดพาดพิงถึงมารดาจำเลยทั้งสองโดยผู้ตายกล่าวหาว่ามารดาจำเลยทั้งสองเป็นต้นเหตุให้จำเลยที่ 2 มีสามีใหม่และได้ยินจำเลยทั้งสองพูดกระซิบกันว่า ต้องลวงผู้ตายไปฆ่า สามีใหม่ของจำเลยที่ 2 ซึ่งตาบอดและชาวบ้านเรียกว่านายบอด เพื่อหาโอกาสฆ่าผู้ตาย ระหว่างที่จะไปฆ่านายบอดจำเลยที่ 1 บอกให้ผู้ตายไปฆ่านายบอดที่ใต้สะพานโดยจำเลยที่ 1 หยิบไม้ของกลางแล้วกอดคอพาผู้ตายไปที่เกิดเหตุโดยมีจำเลยที่ 2 เดินตามไป และโจทก์ส่งคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสองตามเอกสารหมาย จ.16 และ จ.17เป็นพยาน ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า ผู้ตายได้ด่าว่ามารดาจำเลยทั้งสองที่รู้เห็นเป็นใจให้จำเลยที่ 2 มีสามีใหม่เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 โกรธ จึงได้พูดกับจำเลยที่ 2 ว่าต้องฆ่าผู้ตายส่วนจำเลยที่ 2 พูดว่า ฆ่าเป็นฆ่า หลังจากนั้นก็ชวนผู้ตายไปฆ่าสามีใหม่ของจำเลยที่ 2 ที่ใต้สะพานเกิดเหตุ โดยจำเลยที่ 1 หยิบไม้ของนายเรืองและจำเลยที่ 2 พกพามีดปลายแหลมไปด้วย จากนั้นจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันใช้ไม้และมีดปลายแหลม ตี ฟัน แทง ฆ่าผู้ตาย พยานหลักฐานเท่าที่โจทก์นำสืบฟังได้ว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายด่าว่ามารดาจำเลยทั้งสองที่รู้เห็นเป็นใจให้จำเลยที่ 2 มีสามีใหม่ ซึ่งในทางพิจารณาก็ไม่ได้ความว่าผู้ตายด่าว่ามารดาจำเลยทั้งสองด้วยถ้อยคำร้ายแรงเพียงใด หรือเพียงแต่เป็นคำหยาบคายเท่านั้น จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยที่ 2 จะอ้างว่าฆ่าผู้ตายเพราะบันดาลโทสะตามที่ฎีกามาหาได้ไม่ อย่างไรก็ดีไม่ปรากฏว่า จำเลยทั้งสองได้คบคิดจะฆ่าผู้ตายมาก่อน แต่เมื่อมาดื่มสุราด้วยกันแล้วผู้ตายพูดจาพาดพิงถึงมารดาจำเลยทั้งสองเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสองโกรธและตกลงจะฆ่าผู้ตายในขณะนั้นทันที โดยจำเลยที่ 1 หยิบฉวยได้ไม้ของกลางที่อยู่ในบริเวณนั้นและจำเลยที่ 2 ได้พกมีดปลายแหลมไปด้วย และพาผู้ตายไปฆ่าที่ใต้สะพาน เป็นการกระทำต่อเนื่องไม่ขาดตอนโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมีเวลาวางแผนหรือไตร่ตรองแต่ประการใด เพียงแต่จำเลยทั้งสองพาผู้ตายไปฆ่าในที่ลับตาคนเท่านั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงถือไม่ได้ว่าได้กระทำความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามฟ้องฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น และปัญหาว่าการฆ่าผู้ตายไม่เป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาจึงมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ที่มิได้ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 83 จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 20 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งและจำเลยที่ 2 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด13 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9054/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นาย บุญรอด สิงห์พันธ์ม่วง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นาย บุญรอด สิงห์พันธ์ม่วง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · พีรพล จันทร์สว่าง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1795/2493ฎีกา 664/2520ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 726/2487ฎีกา 11720/2555ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6344/2551ฎีกา 6675/2531ฎีกา 472/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ