⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2169/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2169/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยึดอสังหาริมทรัพย์ตามโฉนดที่ดิน เจ้าพนักงานบังคับคดีเพียงแต่นำโฉนดมาฝากไว้และแจ้งการยึดต่อลูกหนี้และเจ้าพนักงานที่ดิน ถือว่าเป็นการยึดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าหนี้ไปชี้ทรัพย์เพื่อประทับตราหรือกระทำการอื่นใดให้เห็นประจักษ์เหมือนการยึดสังหาริมทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

การยึดที่ดินมีโฉนด เพียงแต่เจ้าพนักงานบังคับคดีนำเอาโฉนดที่ดินมาและฝากไว้ ณ สถานที่ใดหรือแก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควร และแจ้งการยึดต่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานที่ดินก็ถือเป็นการยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 304 วรรคหนึ่งแล้ว ไม่จำต้องให้โจทก์หรือผู้แทนของโจทก์ไปนำชี้ทรัพย์ที่จะยึดเพื่อประทับตราหรือกระทำโดยวิธีอื่นใด เพื่อให้การยึดเห็นประจักษ์เหมือนอย่างกรณีการยึดสังหาริมทรัพย์ การให้มีผู้นำยึดโดยผู้นำยึดต้องชี้ทรัพย์ที่จะยึด เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการปิดประกาศการยึด การทำแผนที่ในประกาศขายทอดตลาดเพื่อให้ผู้ซื้อทรัพย์มีแนวทางในการตรวจสอบสถานที่ตั้งทรัพย์เท่านั้น ดังนั้น การที่โจทก์หรือผู้แทนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปชี้ที่ดินที่จะยึด โดยนำชี้ผิดแปลงก็มีผลเพียงให้มีการปิดประกาศการยึดผิดแปลงเท่านั้น หาใช่เป็นกรณีการยึดที่ดินผิดแปลงไม่ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปตรวจสภาพที่ดินเพื่อนำชี้ที่ดินแปลงที่ถูกต้องใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและมอบให้ผู้แทนโจทก์ดำเนินการบังคับคดี ผู้แทนโจทก์ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๒๓๐ ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ต่อมาผู้แทนโจทก์นำยึดสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินแปลงดังกล่าว อ้างว่าทรัพย์สินทั้งสองรายการ ดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ ๒ หลังจากนั้นโจทก์ตรวจพบว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ปิดประกาศยึดไว้เป็นของบริษัทมารถฤดี จำกัด มิใช่ที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๒๓๐ ของจำเลยที่ ๒ โจทก์จึงแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอถอนการยึด สิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน และได้ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีในการยึดสิ่งปลูกสร้างแล้วไม่มีการขายและขอนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปตรวจสภาพที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๒๓๐ ของจำเลยที่ ๒ เพื่อปิดประกาศยึดทรัพย์ใหม่ เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งว่า กรณีเป็นการยึดที่ดินผิดแปลงให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีในการยึดที่ดินแล้วไม่มีการขาย โจทก์จึงยื่นคำร้องว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวไม่ชอบ เพราะการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๒๓๐ ดังกล่าวโจทก์ยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยยื่นสำเนาโฉนดไปด้วย เจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบแล้ว จึงมีคำสั่งยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๒๓๐ และแจ้งการยึดให้จำเลยที่ ๒ และเจ้าพนักงานที่ดินทราบแล้ว จึงเป็นการยึดที่ดินโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๔ วรรคหนึ่ง ส่วนการตรวจสอบสภาพที่ดินเป็นเพียงวิธีปฏิบัติภายหลังการยึดโดยชอบแล้ว เมื่อสภาพที่ดินที่ปิดประกาศยึดทรัพย์ผิดไปโจทก์สามารถแก้ไขได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปตรวจสภาพที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๒๓๐ ของจำเลยที่ ๒ เพื่อปิดประกาศยึดทรัพย์ใหม่ต่อไป ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ต้องเสียค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขายหรือไม่ เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๔ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การยึดอสังหาริมทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำโดยนำเอาหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์สินนั้นมาและฝากไว้ ณ สถานที่ใด หรือแก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควร และแจ้งการยึดนั้นให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานที่ดินผู้มีหน้าที่ทราบให้เจ้าพนักงานที่ดินบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน ถ้าหนังสือสำคัญยังไม่ได้ออก หรือนำมาแสดงไม่ได้ หรือหาไม่พบ ให้ถือว่าการที่ได้แจ้งการยึดต่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานที่ดินเป็นการยึดตามกฎหมายแล้ว" ดังนั้น การยึดอสังหาริมทรัพย์ดังเช่นการยึดที่ดินซึ่งมีโฉนด ที่ดินในคดีนี้ เพียงแต่เจ้าพนักงานบังคับคดีนำเอาโฉนดที่ดินมาและฝากไว้ ณ สถานที่ใดหรือแก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควร และแจ้งการยึดต่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานที่ดินก็ถือเป็นการยึดตามกฎหมายแล้ว ไม่จำต้องให้โจทก์หรือผู้แทนของโจทก์ไปนำชี้ทรัพย์ที่จะยึดเพื่อประทับตราหรือกระทำโดยวิธีอื่นใดเพื่อให้ การยึดเห็นประจักษ์เหมือนอย่างกรณีการยึดสังหาริมทรัพย์แต่อย่างใด เหตุที่ระเบียบการบังคับคดีที่มีอยู่เดิมกำหนดให้ ผู้นำยึดโดยผู้นำยึดต้องชี้ทรัพย์ที่จะยึดก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการปิดประกาศการยึด การทำแผนที่ในประกาศขายทอดตลาดเพื่อให้ผู้ซื้อทรัพย์มีแนวทางในการตรวจสอบสถานที่ตั้งทรัพย์เท่านั้น ซึ่งหากแผนที่ดังกล่าวไม่ถูกต้อง ก็มิได้ผูกมัดเจ้าพนักงานบังคับคดีแต่อย่างใด ระเบียบการบังคับคดีที่ให้มีผู้นำยึดชี้ทรัพย์ที่จะยึดอสังหาริมทรัพย์เช่นนั้น จึงเป็นการปฏิบัติเกินเลยกว่าบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ดังนั้นการที่โจทก์หรือผู้แทนโจทก์นำ เจ้าพนักงานบังคับคดีไปชี้ที่ดินที่จะยึดตามระเบียบเดิมโดยนำชี้ผิดแปลง ก็ไม่อาจจะถือได้ว่ากรณีเป็นการยึดที่ดินผิดแปลง การนำชี้ผิดแปลงดังกล่าวเป็นผลเพียงให้มีการปิดประกาศการยึดผิดแปลงเท่านั้น โจทก์มีสิทธิที่จะนำ เจ้าพนักงานบังคับคดีไปตรวจสภาพที่ดินเพื่อนำชี้ที่ดินแปลงที่ถูกต้องใหม่ได้ เพราะขั้นตอนการยึดได้กระทำโดยครบถ้วนตามกฎหมายดังที่วินิจฉัยไว้ข้างต้นแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี และดำเนินการบังคับคดีต่อไป ค่าคำร้องในศาล ชั้นต้นให้เป็นพับและจำเลยทั้งสองไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2169/2545 นายอนุสรณ์ โชติรัตนพิทักษ์ โจทก์ บริษัทช่อชะมวง จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอนุสรณ์ โชติรัตนพิทักษ์ · จำเลย - บริษัทช่อชะมวง จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรวัตร อิศราภรณ์ · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · ยงยศ นิศภัครกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายธีระนันท์ อ่วมเจิม · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายบรรหาร มูลทวี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5834/2541ฎีกา 507/2522ฎีกา 3364/2527ฎีกา 1671/2545ฎีกา 471/2520ฎีกา 2226/2523ฎีกา 6970/2540ฎีกา 1086/2542ฎีกา 602/2524ฎีกา 731/2481ฎีกา 1486/2512ฎีกา 1303/2512ฎีกา 3653/2526ฎีกา 1894/2546ฎีกา 2437/2539ฎีกา 2731/2559ฎีกา 564/2481ฎีกา 3348/2529ฎีกา 67/2506ฎีกา 2348/2528ฎีกา 6293/2545ฎีกา 187/2490ฎีกา 3835/2524ฎีกา 17393/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา