⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 67/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยึดอสังหาริมทรัพย์ย่อมครอบไปถึงดอกผลนิตินัยด้วย และเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิร้องขอเข้าเฉลี่ยในดอกผลนิตินัยนั้นได้ หากยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ย่อคำพิพากษา

การยึดที่ดินสวนยางซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ย่อมครอบไปถึงดอกผลนิตินัยด้วยตามมาตรา 304 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เงินค่าประมูลกรีดยางซึ่งคู่กรณีพิพาทกันในชั้นบังคับคดีนำมาวางศาล ถือเป็นดอกผลนิตินัยของสวนยางที่ถูกนำยึด เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมมีสิทธิร้องขอเข้าเฉลี่ยในเงินค่ากรีดยางนี้ได้ แต่ทั้งนี้ต้องยื่นคำขอเข้าเฉลี่ยก่อนสิ้นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 290 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผู้ร้องนำเงินค่าประมูลกรีดยางมาวางศาลเป็นรายเดือน ๆ ละ 600 บาท นับแต่เดือนพฤศจิกายน 2502 เป็นต้นมา และในที่สุดโจทก์ได้รับเงินค่ากรีดยางนี้ไปเสร็จแล้วเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2504 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเพิ่งมายื่นคำร้องขอเข้าเฉลี่ยเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2504 จึงไม่มีสิทธิเข้าเฉลี่ยในเงินค่ากรีดยางรายนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 290

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.111

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ปัญหาสืบเนื่องมาจากโจทก์พิพาทกับนางวุ่นผู้ร้องในชั้นบังคับคดี โดยโจทก์นำยึดทรัพย์สวนยางของนายเก่งหั้วจำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษา นางวุ่นผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องกับนายเก่งหั้วจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกันในสวนยางที่โจทก์นำยึด ขอให้แบ่งสวนยางให้ผู้ร้องครึ่งหนึ่ง ถ้าแบ่งไม่ได้ก็ขอให้แบ่งเงินที่ขายทอดตลาดให้ผู้ร้องครึ่งหนึ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ร้องชนะคดี โจทก์อุทธรณ์และยื่นคำร้องว่านางวุ่นผู้ร้องกรีดน้ำยางในที่พิพาทเอาเป็นประโยชน์ตนผู้เดียวตั้งแต่วันยึด ขอให้ศาลนัดนางวุ่นผู้ร้องมาประมูลค่ากรีดยางเอาเงินวางศาล ศาลชั้นต้นนัดพร้อม ผลที่สุดนางวุ่นผู้ร้องประมูลได้โดยนำเงินค่ากรีดยางมาวางศาลเดือนละ ๖๐๐ บาททุกเดือนจนกว่าคดีถึงที่สุดนับแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๐๒ เป็ฯต้นไป เงินจำนวนนี้ให้ผู้ชนะคดีได้รับไปในชั้นที่สุด ผลที่สุดปรากฎว่าศาลอุทธรณ์ศษลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นางวุ่นผู้ร้องกับโจทก์ตกลงแบ่งที่พิพาทกันคนละครึ่งเสร็จไปแล้ว ส่วนเงินค่าประมูลกรีดยางนั้น โจทก์ได้รับไปแล้วครึ่งหนึ่งเป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๐๔ ที่พิพาทที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๐๔ ครั้นวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๐๔ นายสุทธิ นายเนตร ยื่นคำร้องอ้างว่าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของนายเก่งหั้วจำเลย ขอเข้าเฉลี่ยในเงินที่ขายทอดตลาดสวนยางและเงินค่ากรีดยางดังกล่าว โจทก์แถลงว่าการขอเฉลี่ยเฉพาะทรัพย์ที่ขายไม่ค้าน แต่คัดค้านว่าค่าประมูลกรีดยางนี้เกิดขึ้นจากการกระทำของโจทก์โดยเฉพาะ ผู้ร้องไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย จึงไม่ควรจะได้รับผลจากการกระทำของโจทก์ ผู้ร้องและโจทก์ตกลงกันไม่ได้ขอให้ศาลสั่ง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ดอกผลที่เกิดจากทรัพย์ย่อมตกได้แก่เจ้าของทรัพย์ คือลูกหนี้ไม่ว่าจะเกิดโดยการกระทำของผู้ใด เมื่อดอกผลเป็นทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ผู้ร้องขอเฉลี่ยทุกคนย่อมมีสิทธิได้ทั่วกันตามส่วน จึงมีคำสั่งให้เอาดอกผลนี้ออกเฉลี่ยแก่ผู้ขอเฉลี่ยทุกราย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เงินค่ากรีดยางนี้ไม่ใช่ดอกผลนิตินัยและไม่ใช่ดอกผลธรรมดาของสวนยางหรือต้นยาง ยางหรือน้ำยางต่างหากที่เป็นดอกผลของต้นยาง แต่น้ำยางได้กลายสภาพเป็นเงินไปแล้ว คือค่ากรีดยาง ๖,๐๐๐ บาทที่ตกเป็นของจำเลย และนางวุ่นผู้ร้องได้นำเงินจำนวนนี้ชำระให้โจทก์ไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๐๔ โดยจำเลยไม่ได้โต้แย้ง ต้องถือว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ชำระหนี้ให้โจทก์ส่วนหนึ่งแล้ว ๖,๐๐๐ บาท เงินนี้จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ไปแล้ว คดีไม่มีการยึดหรืออายัดเงินจำนวนนี้อย่างไรเลย เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นจึงไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยในเงินค่ากรีดยางรายนี้ พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ยกคำร้องขอเฉลี่ยของผู้ร้องเฉพาะในเงินค่ากรีดยางรายนี้ นายสุทธิ นายเนตร ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การยึดที่ดินสวนยางรายนี้ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ย่อมครอบไปถึงดอกผลนิตินัยตามมาตรา ๓๑๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดอกผลทั้งหลายของทรัพย์นั้นตามมาตรา ๑๑๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีความหมายถึงดอกผลธรรมดาและดอกผลนิตินัย เงินค่ากรีดยางที่พิพาทกันนี้เป็นดอกผลนิตินัยของที่ดินสวนยางครึ่งหนึ่งที่เป็นส่วนของจำเลย โดยเป็นลาภที่ได้เป็นครั้งเป็นคราวแก่เจ้าทรัพย์จากผู้อื่นเพื่อที่ได้ใช้ทรัพย์นั้น ย่อมตกได้แก่เจ้าของทรัพย์ คือ จำเลยผู้เป็นลูกหนี้ ในกรณีะรรมดา ผู้ร้องขอเข้าเฉลี่ยทุกคนซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมมีสิทธิได้รัรบชำระหนี้ทั่วกันตามส่วน แต่โดยที่มาตรา ๒๙๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องขอเฉลี่ยก่อนสิ้นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ ฯลฯ การยื่นคำร้อง่ขอเข้าเฉลี่ยในเงินค่ากรีดยางของนายสุทธิและนายเนตร ผู้ร้อง เป็นการยื่นภายหลังที่กฎหมายบัญญัติให้ยื่นโดยปรากฎว่าเงินค่ากรีดยางนี้นางวุ่นผู้ร้องได้นำมาวางศาลเป็นรายเดือน ๆ ละ ๖๐๐ บาท นับแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๐๒ เป็นต้นมา และในที่สุดโจทก์ได้รับเงินค่ากรีดยางที่เป็นดอกผลของที่ดินสวนยางส่วนของจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ไปเสร็จแล้ว เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๐๔ นายสุทธิและนายเนตร ผู้ร้องเพิ่งมายื่นคำร้องขอเข้าเฉลี่ยเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๐๔ ฉะนั้น นายสุทธิและนายเนตรผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิเข้าเฉลี่ยในเงินค่ากรีดยางรายนี้ตามกฎหมาย ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2506 นายช้อย วงศ์วิวัฒน์ โจทก์ นายหยก ยิ้นห้อง กับพวกรวม 3 คน ผู้ร้อง นายเก่งหั้ว เก้าเอี้ยน กับพวกรวม 2 คน จล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายช้อย วงศ์วิวัฒน์ · ผู้ร้อง - นายหยก ยิ้นห้อง กับพวกรวม 3 คน · จล. - นายเก่งหั้ว เก้าเอี้ยน กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมานุวัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17393/2555ฎีกา 2058-2076/2528ฎีกา 677/2503ฎีกา 4703/2550ฎีกา 8870/2550ฎีกา 3181/2528ฎีกา 1819/2530ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 1252/2501ฎีกา 271/2549ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1990/2519ฎีกา 1623/2537ฎีกา 1776/2512ฎีกา 1368/2510ฎีกา 171/2521ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 370/2506ฎีกา 6300/2552ฎีกา 85/2529ฎีกา 1065/2505ฎีกา 5449/2531ฎีกา 591/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา