⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2715/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2715/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้บุริมสิทธิมีสิทธิขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้สามัญจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ และอาจมีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยในฐานะเจ้าหนี้สามัญได้อีก แต่การขอรับชำระหนี้ก่อนและขอเข้าเฉลี่ยนั้นเป็นคนละประเด็นกัน หากหนี้เป็นเพียงหนี้สามัญ จะไม่สามารถขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นได้.

ย่อคำพิพากษา

แม้เจ้าหนี้บุริมสิทธิมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เอาเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้มาชำระหนี้ตนก่อนเจ้าหนี้สามัญ และมีสิทธิยื่นคำร้องให้ตนเข้าเฉลี่ยในเงินดังกล่าวในฐานะเจ้าหนี้สามัญได้อีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 และ 290 แต่ทั้งสองกรณีนี้เป็นการใช้สิทธิคนละมาตรา คนละเรื่อง และคนละประเด็นกัน เมื่อได้ความว่าหนี้ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระแก่ผู้ร้องเป็นเพียงหนี้สามัญมิใช่หนี้บุริมสิทธิ ฉะนั้น การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เอาเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 1 มาชำระหนี้ตนก่อนนั้น ศาลจะสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวแทนการอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์หาได้ไม่ เพราะเป็นการพิจารณาสั่งนอกฟ้องนอกประเด็นในคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 120,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่ศาลไม่สั่งคืน ต่อมาจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์ขอให้ออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 27401, 27402, 27403 และ 27404ตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด ของจำเลยที่ 1 เพื่อขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ประกอบการค้าอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหรือหากำไร มีรายรับจากการขายที่ดินและขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในระหว่างเดือนตุลาคม 2538 ถึงเดือนกันยายน 2540 จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะให้จำเลยที่ 1 ทราบ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระภายในกำหนด จำเลยที่ 1 ค้างชำระหนี้ค่าภาษีอากรดังกล่าว รวมเป็นเงิน 1,794,637 บาท (ยังไม่รวมเงินเพิ่มตามกฎหมาย) ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ค่าภาษีอากรดังกล่าว ซึ่งเป็นหนี้บุริมสิทธิสามัญเหนือทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ทั้งจำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินที่ผู้ร้องจะยึดมาชำระหนี้ได้ ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินค่าภาษีอากรอันเป็นบุริมสิทธิสามัญเป็นเงิน 1,794,637 บาท และเงินเพิ่มตามกฎหมายจากเงินที่ขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 1 ให้แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่น โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าหนี้บุริมสิทธิสามัญ จำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินที่ผู้ร้องสามารถยึดมาชำระหนี้ได้ ผู้ร้องจึงไม่อาจขอเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ที่ได้จากการขายทอดตลาด ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าหนี้บุริมสิทธิ ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ก่อนโจทก์ ทั้งจำเลยที่ 1 ยังมีที่ดินอยู่อีกซึ่งผู้ร้องสามารถบังคับชำระเอาจากทรัพย์สินดังกล่าวได้ ให้ยกคำร้องขอ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังยุติได้ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะแก่ผู้ร้องและหนี้ดังกล่าวไม่เป็นหนี้บุริมสิทธิ แต่เป็นหนี้สามัญ ที่ผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 1 ก่อน โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้นำยึดโดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิ แม้ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นหนี้สามัญศาลก็ต้องพิจารณาสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในเงินดังกล่าวได้ เพราะทั้งเจ้าหนี้บุริมสิทธิหรือเจ้าหนี้สามัญมีสิทธิขอเฉลี่ยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 และไม่เป็นการพิจารณานอกประเด็นนั้น เห็นว่า แม้เจ้าหนี้บุริมสิทธิมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เอาเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้มาชำระหนี้ตนก่อนเจ้าหนี้สามัญและเจ้าหนี้บุริมสิทธิยังมีสิทธิยื่นคำร้องให้ตนเข้าเฉลี่ยในเงินดังกล่าวในฐานะเจ้าหนี้สามัญได้อีก ซึ่งทั้งสองกรณีเป็นการใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 และมาตรา 290 อันเป็นการใช้สิทธิคนละมาตราคนละเรื่อง และคนละประเด็นกัน เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เอาเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำเลยที่ 1 มาชำระหนี้ตนก่อนโจทก์ โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระ ซึ่งเป็นหนี้บุริมสิทธิ แต่ทางพิจารณาได้ความว่าหนี้ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะดังกล่าวมิได้เป็นหนี้บุริมสิทธิแต่เป็นหนี้สามัญ ศาลจะพิจารณาสั่งตามที่พิจารณาได้ความอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 1 แทนการอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์หาได้ไม่ เพราะเป็นการพิจารณาสั่งนอกฟ้องนอกประเด็นในคดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนให้ยกคำร้องของผู้ร้องชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2715/2545 นาย อรุณ ดนุดล โจทก์ กรมสรรพากร ผู้ร้อง บริษัท วันฉัตร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย อรุณ ดนุดล · ผู้ร้อง - กรมสรรพากร · จำเลย - บริษัท วันฉัตร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล คุปต์กาญจนากุล · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2551ฎีกา 3405/2537ฎีกา 6370-6371/2550ฎีกา 576/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1776/2512ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ