⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3522/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ชำระหนี้บางส่วนตามสัญญาซื้อขายแล้ว ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้ฝ่ายอีกฝ่ายหนึ่งชำระหนี้ส่วนของตนได้

ย่อคำพิพากษา

คำว่า "ได้มีการชำระหนี้บางส่วน" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม กฎหมายมุ่งบัญญัติ ให้ใช้บังคับแก่คู่สัญญาทั้งฝ่ายผู้ขายและฝ่ายผู้ซื้อ ดังนั้น หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ชำระหนี้ส่วนของตนไปแล้วก็ย่อมจะเรียกร้องเอาสิทธิที่ตนจะได้รับจากอีกฝ่ายหนึ่งได้ เพราะสัญญาซื้อขายเป็นสัญญาต่างตอบแทน ผู้ขายย่อมมีหนี้ที่ ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ขายให้แก่ผู้ซื้อ ส่วนผู้ซื้อก็มีหนี้ที่ต้องใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย เมื่อข้อเท็จจริงได้ ความว่า โจทก์ผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าให้แก่จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายผู้ซื้อแล้ว จึงถือว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ส่วนของตนแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยชำระราคาสินค้าแก่โจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยสั่งซื้อสินค้าไปจากโจทก์ หลังจากครบกำหนดชำระหนี้จำเลยไม่ได้ ชำระหนี้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๑๓๐,๘๖๘.๖๑ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า การซื้อขายสินค้าดังกล่าวเป็นเงินกว่า ๕๐๐ บาท แต่โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลาย มือชื่อจำเลยมาแสดงโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๑๒,๓๖๑.๓๒ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่โจทก์ส่งมอบสินค้าให้จำเลยในคดีนี้ ไม่ถือเป็นการชำระหนี้บางส่วน ตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา ๔๕๖ วรรคสองและวรรคสาม อันจะทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยให้จำเลยชำระหนี้ได้นั้น เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา ๔๕๖ วรรคสองและสามนั้น คำว่า "ได้มีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว" ตามวรรคสองนั้น กฎหมายมุ่งบังคับให้ใช้บังคับแก่คู่สัญญาทั้งฝ่ายผู้ขายและ ฝ่ายผู้ซื้อ ดังนั้น หากฝ่ายใดได้ชำระหนี้ส่วนของตนไปแล้วก็ย่อมจะเรียกร้องเอาสิทธิที่ตนจะได้รับจากอีกฝ่ายหนึ่งได้ เพราะสัญญาซื้อขายเป็นสัญญาต่างตอบแทน ผู้ขายย่อมมีหนี้ที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ขายให้แก่ผู้ซื้อ ส่วนผู้ซื้อก็มีหนี้ ที่ต้องใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่า โจทก์ผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าของตน ให้แก่จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายผู้ซื้อแล้ว จึงถือได้ว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ส่วนของตนแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยชำระราคาสินค้าแก่โจทก์ได้ ที่จำเลยฎีกาว่า การชำระหนี้บางส่วนหมายความว่า เฉพาะจำเลยได้ชำระค่าสินค้าให้โจทก์แล้ว จึงฟังไม่ขึ้น ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2545 บริษัทเฮ็มเพ็ล โค้ทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ บริษัทกันกุล มารีนไลน์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเฮ็มเพ็ล โค้ทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - บริษัทกันกุล มารีนไลน์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีดี รุ่งวิสัย · อัธยา ดิษยบุตร · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเย็นดี มณฑีรรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์พล ทองจีน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 606/2489ฎีกา 2540/2539ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 523/2497ฎีกา 38/2549ฎีกา 1510/2552ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1369/2479ฎีกา 1216/2538ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 3552/2539ฎีกา 7578/2538ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 142/2492ฎีกา 3375/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา