⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 39/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างไม่ไปทำงานสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่การเลิกจ้างจะมีผลนับแต่วันที่ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่ล่วงพ้นวันที่สามไปแล้ว และนายจ้างจะให้การเลิกจ้างมีผลย้อนหลังไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยในตำแหน่งพนักงานขับรถ โดยบางครั้งทำงานที่สำนักงานใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร บางครั้งต้องปฏิบัติงานในโครงการก่อสร้างตามคำสั่งของจำเลยในจังหวัดใกล้เคียง ต่อมาวันที่ 3 มกราคม 2543 จำเลยได้ออกคำสั่งให้โจทก์ไปทำงานที่โครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดนครอินทร์ จังหวัดนนทบุรี เมื่อจำเลยสามารถย้ายโจทก์ไปปฏิบัติงานโครงการก่อสร้างจังหวัดใกล้เคียงได้ การที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ไปทำงานที่โครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดนครอินทร์ จังหวัดนนทบุรี จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อโจทก์ไม่ยอมไปทำงานในวันที่ 3 ถึงวันที่ 8 มกราคม 2543 แม้โจทก์จะยังคงไปทำงานที่สำนักงานใหญ่ระหว่างเวลาดังกล่าวทุกวันก็ตาม ก็เป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยย่อมเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่จำต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (5) จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 3 ถึงวันที่ 8 มกราคม 2543 โดยเลิกจ้างโจทก์นับตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2543 เป็นต้นไปก็ตาม แต่สิทธิในการเลิกจ้างของนายจ้างในกรณีที่ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรจะเกิดขึ้นเมื่อลูกจ้างได้ละทิ้งหน้าที่ล่วงพ้นในวันที่สามไปแล้ว นายจ้างย่อมไม่อาจจะให้การเลิกจ้างมีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มละทิ้งหน้าที่ เมื่อในระหว่างวันที่ 3 ถึงวันที่ 8 มกราคม 2543 โจทก์ไปทำงานที่สำนักงานใหญ่ของจำเลยทุกวัน โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับค่าจ้างในระหว่างเวลาดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า บริษัทไทยสุมิคอน จำกัดได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง ต่อมาบริษัทไทยสุมิคอน จำกัด ได้โอนโจทก์ไปทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๑ ยอมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่บริษัทไทยสุมิคอน จำกัด มีอยู่ต่อโจทก์ โจทก์ทำหน้าที่พนักงานขับรถ ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้าย ๑๐,๘๘๐ บาท ต่อมาจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์อ้างว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่มากกว่า ๓ วัน ซึ่งไม่เป็นความจริง โจทก์ปฏิบัติงานให้จำเลยที่ ๑ ตลอดเวลาดังกล่าว จึงเป็นการเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด และไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ จ่ายสินจ้างแทนการบอกล่วงหน้า ๑๐,๘๘๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าจ้างค้าง ๒,๙๐๑ บาท ค่าชดเชย ๑๐๘,๘๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันจ่ายเงินสะสม และเงินสมทบพร้อมผลประโยชน์จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสุมิโตโม ไทยสุมิคอน จำกัด ๓๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การ ระหว่างพิจารณา โจทก์แถลงไม่ติดใจคำขอท้ายฟ้องที่ขอให้จำเลยที่ ๒ จ่ายเงินสะสม และ เงินสมบทพร้อมผลประโยชน์จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสุมิโตโม ไทยสุมิคอน จำนวน ๓๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย คำขอในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ จึงหมดไป เท่ากับโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ คงมีปัญหาให้วินิจฉัยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ จ่ายค่าชดเชย ๑๐๘,๘๐๐ บาท ค่าจ้าง ๒,๙๐๑ บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีของเงินต้นดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๔๓) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ว่า โจทก์ละทิ้งหน้าที่ เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่นั้น ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๑ ในตำแหน่งพนักงานขับรถ โดยบางครั้งทำงานที่สำนักงานใหญ่ ซึ่งตังอยู่ที่กรุงเทพมหานคร บางครั้งต้องปฏิบัติงานในโครงการก่อสร้างตามีคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ในจังหวัดใกล้เคียง ต่อมาวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๔๓ จำเลยที่ ๑ ได้ออกคำสั่งให้โจทก์ไปทำงานที่โครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดนครอินทร์ จังหวัดนนทบุรี ตามคำสั่ง ซึ่งโจทก์ทราบคำส่งแล้วไม่ยอมไป โดยในระหว่างวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๔๓ ถึงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๓ โจทก์ไปทำงานที่สำนักงานใหญ่ทุกวัน จำเลยที่ ๑ จึงเลิกจ้างโจทก์อ้างเหตุว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่เกินกว่าสามวันทำงานติดต่อกันตามหนังสือเลิกจ้าง เห็นว่า โจทก์ทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถในกรุงเทพมหานคร จำเลยสามารถย้ายโจทก์ไปปฏิบัติงานโครงการก่อสร้างจังหวัดใกล้เคียงได้ การที่จำเลยที่ ๑ มีคำสั่งให้โจทก์ไปทำงานที่โครงการก่อสร้างสะพานข้าม แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดนครอินทร์ จังหวัดนนทบุรี คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๔๓ งานในหน้าที่ของโจทก์ คือเป็นพนักงานขับรถของโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดนครอินทร์มิใช่หน้าที่พนักงานขับรถของสำนักงานใหญ่ เมื่อโจทก์ไม่ยอมไปทำงานที่โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดนครอินทร์ในวันที่ ๓ ถึงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๓ แม้โจทก์จะยังคงไปทำงาน ที่สำนักงานใหญ่ในระหว่างเวลาดังกล่าวทุกวันก็ตาม การกระทำของโจทก์ย่อมเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร จำเลยที่ ๑ ย่อมเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่จำต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๕) ที่ศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ฟังขึ้น ปัญหาจะต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อต่อมาของจำเลยที่ ๑ ว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างวันที่ ๓ ถึงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๓ หรือไม่นั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ ๑ จะมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่มากกว่าสามวันตั้งแต่วันที่ ๓ ถึงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๓ จึงขอเลิกจ้างโจทก์นับตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๔๓ เป็นต้นไปก็ตาม แต่สิทธิในการเลิกจ้างของนายจ้างในกรณีที่ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควรจะเกิดขึ้นเมื่อลูกจ้างได้ละทิ้งหน้าที่ล่วงพ้นในวันทีสามไปแล้ว และนายจ้างย่อมไม่อาจจะให้การเลิกจ้างมีผลย้อนหลังนับแต่วันที่ ลูกจ้างเริ่มละทิ้งเริ่มละทิ้งหน้าที่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในระหว่างวันที่ ๓ ถึงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๓ โจทก์ไปทำงาน ที่สำนักงานใหญ่ของจำเลยที่ ๑ ทุกวัน โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับค่าจ้างในระหว่างเวลาดังกล่าว อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยที่ ๑ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2545 นายสุนทร สุวรรณเลิศ โจทก์ บริษัทสุมิโตโมคอนสตรัคชั่น จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุนทร สุวรรณเลิศ · จำเลย - บริษัทสุมิโตโมคอนสตรัคชั่น จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · มงคล คุปต์กาญจนากุล · จรัส พวงมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสุพจน์ ธำรงเวียงผึ้ง · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 7083/2548ฎีกา 14485/2558ฎีกา 1397/2544ฎีกา 4777/2549ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 7635/2543ฎีกา 2093/2532ฎีกา 8631/2550ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1479/2526ฎีกา 7420/2537ฎีกา 8854/2547ฎีกา 3362/2529ฎีกา 1307/2566ฎีกา 14399-14401/2553ฎีกา 2431/2530ฎีกา 6689/2542ฎีกา 1352/2542ฎีกา 2132/2545ฎีกา 3708/2524ฎีกา 14102/2557ฎีกา 1254/2546ฎีกา 237/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา