คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4425/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวหาว่าทนายความสกปรกโดยไม่มีข้อเท็จจริงประกอบ ไม่ถือเป็นการหมิ่นประมาท หากถ้อยคำนั้นไม่ทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าทนายความคนนั้นคดโกง ขาดความน่าเชื่อถือ หรือถูกดูหมิ่นเกลียดชัง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยพูดกับชาวบ้านที่เดินผ่านมาว่า "ระวังทนายสกปรกจะเอาเรื่อง" พร้อมกับชี้มือมาที่โจทก์ คำพูดของจำเลยดังกล่าวไม่มีข้อความประกอบให้เห็นว่าโจทก์ซึ่งมีอาชีพทนายความสกปรกในเรื่องอะไร แม้จะเป็นคำเสียดสีโจทก์ว่าเป็นคนน่ารังเกียจ แต่ไม่ถึงขนาดทำให้ผู้ที่ได้รับฟังเข้าใจว่าโจทก์เป็นคนคดโกงขาดความน่าเชื่อถือหรือน่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง
โจทก์ยอมรับในคำฟ้องฎีกาว่า หากคนธรรมดาพูดเช่นนั้น ก็คงไม่เป็นการหมิ่นประมาท เท่ากับโจทก์เห็นว่าโดยสภาพของถ้อยคำดังกล่าวไม่เป็นการหมิ่นประมาท ดังนั้น แม้จำเลยผู้พูดจะเป็นสมาชิกวุฒิสภาก็ไม่ทำให้ความหมายของถ้อยคำเปลี่ยนแปลงไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว ทางไต่สวนได้ความว่า โจทก์มีอาชีพเป็นทนายความ ส่วนจำเลยเป็นภริยานักการเมือง โจทก์และจำเลยสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดศรีสะเกษ ในวันเกิดเหตุขณะที่โจทก์และภริยาเดินอยู่ที่หน้าหอประชุม อำเภอห้วยทับทัน จำเลยชี้มือมาที่โจทก์แล้วพูดกับชาวบ้านที่เดินผ่านมาว่า ระวังทนายสกปรกจะเอาเรื่อง จากนั้นจำเลยก็เดินผ่านไป มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพูดของจำเลยดังกล่าวเป็นการใส่ความโจทก์ โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังหรือไม่ เห็นว่า คำพูดของจำเลยดังกล่าวไม่มีข้อความประกอบให้เห็นว่าโจทก์ซึ่งมีอาชีพทนายความสกปรกในเรื่องอะไร แม้จะเป็นคำเสียดสีโจทก์ว่าเป็นคนน่ารังเกียจ แต่ไม่ถึงขนาดทำให้ผู้ที่ได้รับฟังเข้าใจว่าโจทก์เป็นคนคดโกงขาดความน่าเชื่อถือหรือน่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง โจทก์เองก็ยอมรับมาในคำฟ้องฎีกาว่า หากคนธรรมดาพูดว่าโจทก์เป็นทนายสกปรกก็คงจะไม่เป็นการหมิ่นประมาท ซึ่งเท่ากับโจทก์เห็นด้วยว่าถ้อยคำที่จำเลยพูดใส่ความโจทก์ในคดีนี้ โดยสภาพของถ้อยคำดังกล่าวไม่เป็นการหมิ่นประมาท แม้จำเลยจะเป็นสมาชิกวุฒิสภาก็ไม่ทำให้ความหมายของถ้อยคำเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
นางสุรีพร อัชฌานนท์ ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น
นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อยาว
นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ
นายโชติช่วง ทัพวงศ์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4425/2545
นายนิวัฒน์ ภูมิวงศ์
นางกรองกาญจน์ วีสมหมาย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ภูมิวงศ์ - นายนิวัฒน์ · วีสมหมาย - นางกรองกาญจน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · จำรูญ แสนภักดี · วสันต์ ตรีสุวรรณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายเฉลิม เบ็ญมาศ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสถิตย์ ไพเราะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา