⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5244/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5244/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยชี้อาณาเขตล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับที่ดินโจทก์ ทำให้โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานที่ดินไม่สามารถรังวัดสอบเขตที่ดินตามที่โจทก์ยื่นคำขอได้ เนื่องจากจำเลยชี้อาณาเขตล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ ถือว่า จำเลยโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับที่ดินโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยตาม ป.วิ.พ.มาตรา 55 ป.ที่ดิน มาตรา 69 ทวิ วรรคห้า เป็นบทบัญญัติให้อำนาจเจ้าพนักงานที่ดินสอบสวนไกล่เกลี่ยเพื่อให้การรังวัดสอบเขต และการออกโฉนดตามแนวเขตที่รังวัดใหม่ซึ่งเปลี่ยนไปสามารถดำเนินการต่อไปได้เพื่อประโยชน์แก่คู่กรณีที่จะได้ทราบแนวเขตที่แท้จริงตามที่ตกลงกัน และถ้าไกล่เกลี่ยแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ก็แจ้งให้คู่กรณีไปฟ้องภายใน 90 วัน ถ้าไม่มีการนำคดีไปฟ้องภายในกำหนดดังกล่าวเพียงถือว่าผู้ขอสอบเขตโฉนดที่ดินไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการตามคำขออีกต่อไป และทำให้เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจที่จะไม่รังวัดสอบเขตที่ดินต่อไปได้โดยไม่มีความผิดเท่านั้น หาใช่เป็นบทกำหนดวิธีการและขั้นตอนให้ผู้ยื่นคำขอรังวัดต้องปฏิบัติก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ เป็นเจ้าของร่วมกันในที่ดินไม่ทราบหมายเลขโฉนด โดยอยู่ด้านทิศตะวันออกของที่ดินโจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอให้รังวัดสอบเขตที่ดินโจทก์แต่เจ้าพนักงานไม่สามารถรังวัดสอบเขตที่ดินได้ เนื่องจากจำเลยทั้งห้าชี้อาณาเขตที่ดินล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าถอยร่นแนวเขตที่ดินของจำเลยทั้งห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว จำเลยทั้งห้าขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โจทก์อุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๒ จำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรม นางสาวสายหยุด ตรีมณี ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ อนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๐๗๑ ตามเอกสารหมาย จ. ๑ และจำเลยทั้งห้ามีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๑๐๐ อยู่ติดกับที่ดินโจทก์ด้านทิศตะวันออก มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์เบิกความว่า โจทก์ยื่นคำขอสอบเขตที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๐๗๑ ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน โดยนายจรัล พูลศิริ เป็นผู้ไปรังวัดแต่ไม่อาจจะสอบเขตที่ดินได้ เพราะจำเลยทั้งห้านำชี้แนวเขตที่ดินล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ และนายจรัลผู้รังวัดสอบเขตเบิกความสนับสนุนอีกว่า ได้ไปรังวัดที่ดินโจทก์เมื่อปี ๒๕๓๘ ปรากฏว่าจำเลยทั้งห้าเคยขอแก้ไขเนื้อที่ดินของตนและขอออกโฉนดล้ำที่ดินโจทก์ และจำเลยที่ ๕ ก็เบิกความโต้แย้งว่า ที่ดินจำเลยทั้งห้าไม่ได้ล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ แต่ที่ดินโจทก์ล้ำเข้าไปในที่ดินจำเลยทั้งห้า ถือได้ว่าจำเลยทั้งห้าโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ส่วนกรณีที่เจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดสอบเขตแล้ว เจ้าของที่ดินข้างเคียงคัดค้านการรังวัดและไม่มีการไกล่เกลี่ยของเจ้าพนักงานที่ดินนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๙ ทวิ วรรคห้า เป็นบทบัญญัติให้อำนาจเจ้าพนักงานที่ดินสอบสวนไกล่เกลี่ยเพื่อให้การรังวัดสอบเขต และการออกโฉนดตามแนวเขตที่รังวัดใหม่ซึ่งเปลี่ยนไป สามารถดำเนินการต่อไปได้เพื่อประโยชน์แก่คู่กรณีที่จะได้ทราบแนวเขตที่แท้จริงตามที่ตกลงกัน และถ้าไกล่เกลี่ยแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ก็แจ้งให้คู่กรณีไปฟ้องภายใน ๙๐ วัน ถ้าไม่มีการนำคดีไปฟ้องภายในกำหนดดังกล่าวเพียงถือว่าผู้ขอสอบเขตโฉนดที่ดินไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการตามคำขออีกต่อไป และทำให้เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจที่จะไม่รังวัดสอบเขตที่ดินต่อไปได้โดยไม่มีความผิดเท่านั้น หาใช่เป็นบทกำหนดวิธีการและขั้นตอนให้ผู้ยื่นคำขอรังวัดต้องปฏิบัติก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ไม่ และไม่มีผลทำให้การถูกโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามความจริงไม่เกิดขึ้นหรือหมดไป โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ข้อนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น ส่วนปัญหาว่าที่ดินจำเลยทั้งห้าตามเอกสารหมาย ล. ๑ ล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์หรือไม่นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ยังไม่ได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวไป โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยก่อน เห็นว่า ? พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งห้ารับรองแนวเขตที่ดินโจทก์ตามโฉนดเลขที่ ๓๐๗๑ เอกสารหมาย จ.๑ และห้ามมิให้จำเลยทั้งห้าเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5244/2545 นายบุญเติบ จันทน์มาลา โจทก์ นางฉาบ ธงไชย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญเติบ จันทน์มาลา · จำเลย - นางฉาบ ธงไชย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล คุปต์กาญจนากุล · มงคล คุปต์กาญจนากุล · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นางบุษยา รอดยินดี · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายเสรี เพศประเสริฐ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา