⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6734/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6734/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดที่กฎหมายบัญญัติไว้หลายบท และมีบทที่ลงโทษหนักกว่า ให้ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักกว่า เว้นแต่กฎหมายที่ใช้ในภายหลังเป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

หลังจากที่ทำการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยจนมีการตกลงซื้อขายกันแล้วจำเลยจึงเข้าไปเอาเมทแอมเฟตามีน 400 เม็ด จากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาส่งให้ผู้ล่อซื้อในประเทศไทย และถูกจับขณะมีการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนทั้งจำนวนดังกล่าวในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการนำเข้าในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนอันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5)ฯมาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15,65 และมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ และให้ใช้ความใหม่แทน แต่ความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายนั้น ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่มาตรา 15 วรรคสาม(2),65 วรรคสอง และกฎหมายเดิมมาตรา 15 วรรคหนึ่ง,65วรรคสอง ต่างมีองค์ประกอบความผิด และมีระวางโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียวจึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับ และแม้ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่มาตรา 66 วรรคสอง จะแตกต่างจากกฎหมายเดิมในมาตรา 66 วรรคหนึ่ง โดยโทษจำคุกตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณมากกว่าแต่เนื่องจากการกระทำของจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย ซึ่งกฎหมายเดิมมีระวางโทษเช่นเดียวกับกฎหมายที่แก้ไขใหม่ กรณียังคงต้องลงโทษจำเลยตามกฎหมายเดิมเพียงบทเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ม.65 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.65 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีกหนึ่งคนที่หลบหนีร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) จำนวน 400 เม็ด น้ำหนักรวม38.448 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 8.462 กรัม เพื่อจำหน่ายและจำเลยกับพวกร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองของจำเลยกับพวกเพื่อจำหน่ายอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จากนั้นจำเลยกับพวกจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน396 เม็ด น้ำหนักรวม 38.086 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 8.386 กรัม อันเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยกับพวกมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายดังกล่าวให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา 16,000 บาท อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยกับพวกมีไว้เป็นความผิดจำนวน400 เม็ด และเรือหางยาวพร้อมเครื่องยนต์เรือ 1 ลำ ซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยกับพวกร่วมกันใช้เป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 67, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 33, 32 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์และเรือหางยาวพร้อมเครื่องยนต์ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 400 เม็ดไว้ในครอบครอง แต่ข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 65 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกมาตรา 102 ด้วย)ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย ลงโทษประหารชีวิตฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนประกอบกับคำให้การและทางนำสืบของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบกับมาตรา 52(2) ฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย จำคุก 30 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุก 5 ปี รวมลงโทษจำคุก 35 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์และเรือหางยาว พร้อมเครื่องยนต์ของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ตามที่จำเลยรับสารภาพและโจทก์นำสืบว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนจำนวน 400 เม็ด สำหรับความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคหนึ่ง คดีมีปัญหาว่า จำเลยนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวเพื่อจำหน่ายและการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกสัญญา แสงทอง เจ้าพนักงานตำรวจซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดในการจับกุมมาเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน พยานได้รับแจ้งจากสายลับว่าจำเลยกับนายหมั่นราษฎรซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีพฤติการณ์นำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาจำหน่ายยังประเทศไทย จึงวางแผนให้พลตำรวจนวพนธ์ ฝุ่นเงิน ไปล่อซื้อกับสายลับในที่สุดมีการตกลงซื้อขายกันจำนวน 10 ถุง ถุงละ 200 เม็ด รวม 2,000 เม็ด ในราคาถุงละ 8,000บาท กำหนดส่งมอบในวันรุ่งขึ้นอันเป็นวันเกิดเหตุเวลา 12 นาฬิกา ที่บริเวณป่าละเมาะห้วยบางทรายซึ่งอยู่ริมแม่น้ำโขง ร้อยตำรวจเอกสัญญาจึงวางแผนจับกุมโดยมอบเงินให้พลตำรวจนวพนธ์ จำนวน 80,000 บาท และให้สิบตำรวจเอกสุทธิศักดิ์ สอนสะอาดกับสิบตำรวจโทนิรัน ทะวะระ ใช้กล้องส่องทางไกลไปซุ่มดูอยู่ปากห้วยบางทรายห่างจากจุดนัดส่งมอบของประมาณ 50 เมตร และมีสิบตำรวจโทสมนึก กุหลาบโชติ ไปซุ่มดูห่างจุดซื้อขายประมาณ 20 เมตร ที่เหลือนอกนั้นให้อยู่รายรอบบริเวณป่าละเมาะครั้นถึงเวลานัดสิบตำรวจเอกสุทธิศักดิ์แจ้งมาทางวิทยุว่าเห็นชาย 2 คนนั่งเรือหางยาวมาจากฝั่งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อเข้ามาใกล้จึงเห็นว่าเป็นจำเลยกับนายหมั่น แต่เมื่อใกล้จุดนัดพบทั้งสองคนกลับขับเรือข้ามกลับไปยังฝั่งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ครั้นเวลาผ่านไปอีกประมาณ 30 นาที จึงเห็นจำเลยผู้เดียวขับเรือจากฝั่งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวขึ้นมายังจุดนัดพบเพียงลำพังและหลังจากที่มีการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 ถุงให้พลตำรวจนวพนธ์แล้วปรากฏว่าจำเลยไหวตัวทันสามารถกระโดดหนีลงน้ำห้วยบางทราย แต่ในที่สุดก็ถูกจับได้ในลำห้วยโดยมีพลตำรวจนวพนธ์มาเบิกความสนับสนุนว่า หลังรับมอบเมทแอมเฟตามีน จำนวน 2 ถุง จากจำเลย ขณะกำลังตรวจนับถุงที่สอง จำเลยไหวตัวเพราะพวกที่ซุ่มดูเหยียบกิ่งไม้ และมีสิบตำรวจเอกสุทธิศักดิ์กับสิบตำรวจโทนิรันที่เฝ้าดูโดยใช้กล้องส่องทางไกลยืนยันว่าเห็นตั้งแต่จำเลยนั่งเรือมากับนายหมั่นเพื่อดูลาดเลาก่อนที่จำเลยจะขับเรือจากฝั่งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวกลับมายังฝั่งประเทศไทยตามลำพังโดยเห็นนายหมั่นมอบถุงสีฟ้าซึ่งมีลักษณะตรงกับถุงที่บรรจุเมทแอมเฟตามีนที่จับได้ให้จำเลยด้วย เห็นว่า คดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจมีการสืบทราบและวางแผนจับกุมมาก่อน พยานโจทก์ทุกปากเบิกความสอดคล้องต้องกันถึงการเห็นจำเลยขับเรือมาที่จุดนัดพบรวม 2 ครั้ง โดยพยานทุกปากเบิกความเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายของจำเลยตรงกันอย่างไม่มีพิรุธ ตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุ เอกสารหมาย จ.4จากจุดที่สิบตำรวจเอกสุทธิศักดิ์ใช้กล้องส่องทางไกลมองไปยังฝั่งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอยู่ใกล้ริมแม่น้ำโขงซึ่งไม่ปรากฏว่ามีอะไรบ้าง ทั้งเป็นเวลากลางวัน ความสามารถในการมองเห็นย่อมมีสูง ข้อสำคัญคือเจ้าพนักงานตำรวจยังยึดเรือหางยาวได้ 1 ลำ ซึ่งจำเลยก็นำสืบเจือสมว่ามีเรือมาเกี่ยวข้องด้วย ข้อเท็จจริงจึงเชื่อได้ว่า จำเลยนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย ที่จำเลยยกขึ้นอ้างในฎีกาว่า พยานโจทก์เป็นเจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีตำรวจเดียวกันและทำงานในชุดเดียวกัน มีประสบการณ์ในการเบิกความ จึงมีโอกาสซักซ้อมคำเบิกความให้ตรงกันทำให้พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักไม่เพียงพอ เห็นว่า หากไม่เป็นความจริงแล้วย่อมยากที่พยานโจทก์จะเบิกความสอดคล้องต้องกันหลายปาก คำเบิกความจึงสมเหตุผลและหาเป็นพิรุธไม่ คงมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยในประการสุดท้ายว่า การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยเป็นเพียงขั้นพยายามเพราะยังไม่มีการชำระเงินหรือไม่ เห็นว่าพลตำรวจนวพนธ์ผู้ล่อซื้อยืนยันว่ารับมอบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 ถุงจากจำเลยก่อนที่จำเลยจะไหวตัวทันถือว่าเป็นความผิดฐานจำหน่ายสำเร็จแล้ว แม้จะยังไม่ได้รับชำระเงินก็ตาม ส่วนที่สิบตำรวจโทนิรันเบิกความว่าขณะจะมีการจ่ายเงิน เมื่อจำเลยสังเกตเห็นพวกที่ซุ่มดูจึงแย่งเมทแอมเฟตามีนบางส่วนกระโดดลงริมห้วย ก็แสดงว่าจำเลยได้ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่พลตำรวจนวพนธ์ผู้ล่อซื้อแล้วหาใช่ยังไม่ได้ส่งมอบไม่ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ดีข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีการล่อซื้อจนมีการตกลงซื้อขายกันแล้วในวันนัด จำเลยจึงข้ามไปนำเอาเมทแอมเฟตามีนจำนวน 400 เม็ด จากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาส่งให้ผู้ล่อซื้อในประเทศไทย และถูกจับขณะมีการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนทั้งจำนวนดังกล่าวในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยเป็นการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 หาใช่เป็นการกระทำความผิดสองกรรมต่างกันดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไม่ ปัญหานี้แม้จำเลยจะไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาแต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 อนึ่ง แม้ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาจะได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 มาตรา 65และมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน แต่ในความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายนั้นทั้งตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่มาตรา 15 วรรคสาม(2), 65 วรรคสอง และกฎหมายเดิมมาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 65 วรรคสอง ต่างมีองค์ประกอบความผิดและมีระวางโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียว จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับและแม้ในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 8.462 กรัมไม่เกิน 20 กรัม ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ มาตรา 66 วรรคสอง กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สี่แสนบาทถึงห้าล้านบาท แตกต่างจากกฎหมายเดิมในมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ที่ให้ลงโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงห้าแสนบาท กรณีโทษจำคุกจึงต้องถือว่ากฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณมากกว่า แต่เนื่องจากการกระทำของจำเลยในความผิดฐานนี้เป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายซึ่งกฎหมายเดิมมีระวางโทษเช่นเดียวกับกฎหมายที่แก้ไขใหม่ กรณียังคงต้องลงโทษจำเลยตามกฎหมายเดิมเพียงบทเดียว" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 65 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่)ความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 65 วรรคสอง (เดิม)ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนประกอบคำให้การและทางนำสืบของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นการให้ความรู้แก่ศาล อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52(2) คงจำคุก30 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6734/2545 พนักงานอัยการ จังหวัดมุกดาหาร โจทก์ นาย ทรงศักดิ์ ทวีโคตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดมุกดาหาร · จำเลย - นาย ทรงศักดิ์ ทวีโคตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · วิชัย วิวิตเสวี · สำรวจ อุดมทวี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1888/2548ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 5632/2551ฎีกา 7194/2539ฎีกา 199/2547ฎีกา 3310/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ