คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6980/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายมีผลนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุด สิทธิหน้าที่บิดากับบุตรจึงเริ่มในวันดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1557 (3) บัญญัติให้การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายมีผลนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุด สิทธิหน้าที่บิดากับบุตรพึงมีต่อกันตามกฎหมายจึงเริ่มในวันดังกล่าว จำเลยจึงต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่โจทก์ทั้งสองนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด มิใช่นับแต่วันฟ้องของโจทก์ทั้งสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ขอให้จำเลยรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองเป็นเงิน ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ เป็นบุตรของจำเลย ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองเดือนละ ๑๒,๐๐๐ บาท นับแต่วันมีคำพิพากษาจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ทั้งสองและจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรของจำเลย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองและจำเลยว่า จำเลยจะต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองนับแต่วันใด เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๕๗ (๓) บัญญัติให้การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย มีผลนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุด สิทธิหน้าที่บิดากับบุตรพึงมีต่อกันตามกฎหมายจึงเริ่มในวันดังกล่าว จำเลยจึงต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่โจทก์ทั้งสองนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด มิใช่นับแต่วันฟ้องของโจทก์ทั้งสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่โจทก์ทั้งสองนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน
อนึ่ง แม้โจทก์ทั้งสองจะฟ้องรวมมาในคดีเดียวกัน แต่สิทธิในการได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นสิทธิเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลที่จะได้รับ การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์ทั้งสองรวมกันมาเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองคนละ ๕,๐๐๐ บาท ต่อเดือน นับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6980/2545
เด็กชายสุรเชษฐ์ แสงกาญจนวนิช ที่ 1 โจทก์
เด็กชายกานต์ แสงกาญจนวนิช ที่ 2
โดยนางกนกพร โพธิ์ประดิษฐ์ ผู้แทนโดยชอบธรรม
นายวิบูลย์ แสงกาญจนวนิช จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - เด็กชายสุรเชษฐ์ แสงกาญจนวนิช ที่ 1 · 2 - เด็กชายกานต์ แสงกาญจนวนิช ที่ · ผู้แทนโดยชอบธรรม - โดยนางกนกพร โพธิ์ประดิษฐ์ · จำเลย - นายวิบูลย์ แสงกาญจนวนิช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย เกษชุมพล · อำนวย เต้พันธ์ · วสันต์ ตรีสุวรรณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายวิทยา บุญชัยวัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายพีรพล พิชยวัฒน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา