⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10815/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10815/2546

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.15, 66

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อกฎหมายกำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตไว้ การเพิ่มโทษเป็นสามเท่าตามกฎหมายอื่นย่อมไม่อาจนำมาปรับใช้ได้อีก

ย่อคำพิพากษา

แม้การกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 ต้องด้วย พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง , 66 วรรคสอง และ พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ต้องระวางโทษหนังขึ้นเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้ในมาตรา 66 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ก็ตาม แต่โทษตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง บัญญัติไว้ให้จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต เมื่อลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว ซึ่งก็ไม่อาจวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ได้ ทั้งไม่อาจนำมาตรา 10 แห่งบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมาปรับด้วยได้ จำเลยที่ 2 คงมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง , 66 วรรคสอง เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม.10 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๖๖ วรรคสอง , ๑๐๒ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓ , ๑๐ ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง , ๖๖ วรรคสอง , ๑๐๒ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ และจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง , ๑๖ วรรคสอง , ๑๐๒ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต เมื่อศาลลงโทษจำเลยที่ ๒ จำคุกตลอดชีวิตแล้วจึงไม่อาจวางโทษสามเท่าของโทษที่กำหนดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ ได้ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ ๓๗ ปี ๖ เดือน ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ , ๖๖ วรรคสอง , ๑๐๒ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ส่วนโทษจำคุกเมื่อคิดลดโทษแล้ว คงให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๓๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ มีอาชีพทำนา จำเลยที่ ๒ มีอาชีพรับราชการเป็นครู ในวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้ขณะที่จำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์กระบะคันของกลางของจำเลยที่ ๒ ไปถึงบริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรตำบลคำย่อ โดยพันตำรวจโทวิเศษ ชัยสงคราม กับพวกซึ่งตั้งด่านตรวจได้เรียกให้หยุดรถและจับกุมจำเลยทั้งสองกล่าวหาว่าร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แล้วนำจำเลยทั้งสองไปดำเนินคดีพร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีนและรถยนต์กระบะเป็นของกลาง? พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักและเหตุผลมั่นคงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจริง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาให้วางโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ สามเท่าตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ นั้น ยังไม่ถูกต้องเนื่องจากว่าแม้การกระทำความผิดของจำเลยที่ ๒ ต้องตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง , ๖๖ วรรคสอง พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ เป็นเรื่องที่จะต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ แต่โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ วรรคสอง ระวางโทษไว้ให้จำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต เมื่อวางโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจที่จะระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ ได้ ทั้งนำมาตรา ๑๐ แห่งบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมาปรับด้วยไม่ได้ จำเลยที่ ๒ คงมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง , ๖๖ วรรคสอง เท่านั้น จึงเห็นควรแก้ไขให้ถูกต้อง? พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง , ๖๖ วรรคสอง , ๑๐๒ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ เมื่อลดโทษให้แก่จำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๓ แล้วคงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๒๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10815/2546 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสว่างแดนดิน โจทก์ นายบรรลือ ชัชวาลย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสว่างแดนดิน · จำเลย - นายบรรลือ ชัชวาลย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · ธาดา กษิตินนท์ · หัสดี ไกรทองสุก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน - นางสาวมาลินี สิริภาพโสภณ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1089/2559ฎีกา 16243/2555ฎีกา 1826/2547ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 7149/2558ฎีกา 1069/2547ฎีกา 797/2558ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3555/2547ฎีกา 2841/2555ฎีกา 5061/2561ฎีกา 4105/2541ฎีกา 2948/2555ฎีกา 8479/2560ฎีกา 7526/2561ฎีกา 15227/2553ฎีกา 5632/2551ฎีกา 2777/2547ฎีกา 15397/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา